Finding Nemo (3D) : ปลาเล็ก หัวใจโต๊โต (ดิสนีย์ พิกซาร์)


Finding Nemo (3D) : ปลาเล็ก หัวใจโต๊โต (ดิสนีย์ พิกซาร์)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ทางการภาพยนตร์ FindingNemo

กำหนดฉาย : 4 ตุลาคม 2555

แนว : แอนิเมชั่น
ให้เสียง : อัลเบิร์ต บรู๊คส์, เอลเลน ดีเจเนอเรส, อเล็กซานเดอร์ กูลด์, วิลเล็ม ดาโฟ, แบรด การ์เรตต์, อลิสัน แจนนี่ย์, ออสติน เพนเดิลตัน, โจ แรนฟ์ท, เจอฟฟรีย์ รัช, แอนดรูว์ แสตนตัน, อลิซเบ็ธ เพอร์กิ้น

กำกับ : แอนดรูว์ แสตนตัน
ผู้ช่วยผู้กำกับ : ลี อันคริช
เรื่องราวดั้งเดิม : แอนดรูว์ แสตนตัน
บทภาพยนตร์ : แอนดรูว์ แสตนตัน, บ๊อบ ปีเตอร์สัน, และ เดวิด เรย์โนลด์ส
ประพันธ์ดนตรี : โธมัส นิวแมน ดูหนังออนไลน์

การกลับมาอีกครั้งในรูปแบบ 3 มิติสุดตระการตา ของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเจ้าของรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ที่จะพาผู้ชมกลับไปสู่การผจญภัยใต้ทะเลลึกอีกครั้งกับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม พร้อมด้วยเหล่าตัวละครสุดโปรด, มุกตลก, และเรื่องราวสุดประทับใจ

FindingNemo คือเรื่องราวการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นและสนุกสนานของ “มาร์ลิน” ปลาการ์ตูนผู้หวงลูกจนเกินเหตุ (พากย์โดย อัลเบิร์ต บรู๊คส์) และลูกชายของเขา “นีโม” (พากย์โดย อเล็กซานเดอร์ กูลด์) ที่พลัดหลงกันในแนวปะการังใหญ่ เมื่อนีโมถูกจับตัวไปจากมหาสมุทรซึ่งเป็นบ้านของเขา ไปอยู่ในตู้ปลาในห้องทำงานของหมอฟันคนหนึ่ง ด้วยการช่วยเหลือของเพื่อนร่วมทางอย่าง ดอรี่ (พากย์โดย เอลเลน ดีเจเนอเรส) ปลาบลูแทงจ์ผู้เป็นมิตรแต่ความจำสั้น มาร์ลิน ได้ออกเดินทางสู่เส้นทางสุดอันตรายด้วยความพยายามอันยิ่งใหญ่ทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือลูกชายของเขา ที่รวบรวมความกล้ากับแผนการหาทางกลับบ้านด้วยตัวเอง

เกร็ดน่ารู้ หนัง Finding Nemo

• Finding Nemo ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมในปี 2003
• ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม-ดนตรี หรือ ตลก
• เมื่อครั้งที่ออกฉาย Finding Nemo คือภาพยนตร์เรท “ทั่วไป” ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล
• เอลเลน ดีเจเนอเรส ได้รับรางวัล เอ็มทีวี อวอร์ด สาขาการแสดงตลกยอดเยี่ยม
• ปี 2008 สถาบันภาพยนตร์อเมริกันให้ Finding Nemo เป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

ดำดิ่งสู่การผจญภัยในท้องทะเลลึกอีกครั้งในแบบ 3 มิติ สุดตระการตา 4 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ในยุคสมัยที่การนำ ‘หนังเก่า’ กลับมาให้ผู้ชม (โดยเฉพาะในบ้านเรา) ได้ยลโฉมอีกครั้งในโรงภาพยนตร์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้อยมาก อันเนื่องมาจากกระแสการตอบรับที่อาจเรียกได้ว่าเย็นชา หรืออย่างน้อยก็ไม่มีความกระตือรือร้นเท่าที่ควร (ประเมินจากจำนวนของหนังเก่าที่กลับมาฉายและตัวเลขรายได้ซึ่งไม่หวือหวาเท่าใด) ซึ่งมองในอีกมุมหนึ่ง มันแปลว่าผู้ชมยังไม่เห็นความหมายหรือความสำคัญของการได้ดูหนังเก่าอีกครั้งใน ‘โรงภาพยนตร์’ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว มันเป็นโอกาสที่พิเศษและเกิดขึ้นน้อยมาก

การหวนคืนจอเงินอีกครั้งของหนังอายุเก้าขวบเรื่อง Finding Nemo (ซึ่งเป็นการออกฉายทั่วโลก) จึงจำเป็นต้องมีเหตุผลหรือข้ออ้างที่แน่นหนามากกว่าการกลับมาเพียงเพื่อให้แฟนๆ ได้คลายความคิดถึง หรือรื้อฟื้นความทรงจำ หรือเพื่อเปิดโอกาสให้แฟนเยาว์วัยรุ่นหลังได้ทำความรู้จักหนังที่เป็นที่รักของใครต่อใครที่ได้ดู หรือในกรณีที่เถรตรงกว่านั้น เพื่อเก็บเกี่ยวรายได้เพิ่มเติม (ซึ่งในแง่มุมหนึ่ง มันเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริง) และหลังจากที่บริษัท ‘ดีสนี่ย์ /พิกซาร์’ ประสบความสำเร็จในการนำหนังเรื่อง The Lion King (1994) กลับมาฉายซ้ำเป็นการชิมลางเมื่อปีกลาย -โดยการนำเสนอในรูปแบบสามมิติ (ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นาน แผ่นบลูเรย์สามมิติของหนังเรื่องดังกล่าวจะถูกวางตลาด อันเป็นวงจรต่อเนื่องในทางธุรกิจ) มันก็ถึงคิวของการแปลงโฉมหนังเรื่อง Finding Nemo จากระบบภาพแบบสองมิติเป็นสามมิติ (และแน่นอน แผ่นบลูเรย์สามมิติในอีกไม่ช้าไม่นาน) นั่นเป็นเหตุผลที่อธิบายว่าทำไม เรื่องราวการผจญภัยของปลาการ์ตูนสองพ่อลูกถึงได้ย้อนมาโลดแล่นในโรงหนังอีกครั้ง ทั้งๆ ที่วาระของการเฉลิมฉลองการครบรอบอย่างเป็นกิจจะลักษณะ (เช่น สิบปี สิบห้าปี ยี่สิบปี ฯลฯ) ยังไม่ได้เวลาอันสุกงอมเพียงพอ

แต่ถึงอย่างไร สิ่งที่ควรรายงานเป็นลำดับแรกเกี่ยวกับ Finding Nemo 3D ก็คือ มัน ‘เสกสมรส’ เข้ากับระบบสามมิติได้อย่างสอดประสานกลมกลืนเสมือนทองแผ่นเดียวกัน จนดูประหนึ่งว่าหนังคอมพิวเตอร์กราฟฟิคอนิเมชั่นเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบ ‘3D’ ตั้งแต่เริ่มต้น ความตื้นและลึกของภาพช่วย ‘ขยับขยาย’ ให้หนังดูมีมิติที่เสมือนจริงจนแทบจะเอื้อมมือไปจับต้องได้ และความแตกต่างกันที่โดดเด่นสะดุดตามากขึ้นของรายละเอียดในส่วนโฟร์กราวนด์และแบ็คกราวนด์ ก็ยิ่งทำให้อาณาจักรใต้ท้องทะเลในแถบ Great Barrier Reef เป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ มนต์ขลังและความน่าพิศวงอย่างที่หนังอนิเมชั่นที่ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นใต้ท้องมหาสมุทรเรื่องไหนไม่อาจเทียบเคียง และนอกเหนือจากความประณีตและพิถีพิถันในการแปลงสัญญาณภาพจากสองมิติเป็นสามมิติแล้ว สีสันและความสดใส ตลอดจนความคมชัดที่ได้รับการยกระดับให้เข้มข้นและจัดจ้านมากขึ้น ก็ยิ่งช่วยให้การหวนกลับไปเยี่ยมเยียนหนังเรื่องนี้อีกครั้ง เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ชวนให้จดจำ กระทั่งเป็นเสมือนการได้ดูหนังเรื่องใหม่ที่เพิ่งจะถูกนำออกมาฉายเป็นครั้งแรกก็ไม่ปาน

แต่ไม่ว่าข้อเขียนนี้จะสรรเสริญเยินยอความสำเร็จของการนำเอาระบบสามมิติมาสวมทับลงบนหนังสองมิติได้อย่างเหมาะสมอย่างไร คุณงามความดีที่แท้จริงของหนังเรื่อง Finding Nemo ก็ยังคงอยู่ในองค์ประกอบหลักๆของความเป็นหนังอนิเมชั่น อันได้แก่ บทหนัง ซึ่งรวมถึงการวางกรอบในการบอกเล่า, การสร้างบุคลิกตัวละคร, การสอดแทรกมุกตลกและอารมณ์ขันที่ชวนให้สนุกสนานครื้นเครง และครอบคลุมทุกช่วงอายุของกลุ่มประชากร; บรรดาอนิเมเตอร์ทั้งหลายที่ช่วยทำให้ไอเดียที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศธาตุและตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่ในบทหนัง กลายเป็นรูปธรรมที่ผู้ชมไม่เพียง ‘จับต้อง’ ได้ด้วยการมองเห็น แต่ยังสัมผัสและรับรู้ได้ถึงความมีเลือดมีเนื้อและชีวิตชีวาของบรรดาตัวละคร และนั่นต้องรวมถึงอนิเมเตอร์ที่ทำงานกับความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งต่างๆ ในน้ำ ตลอดจนสร้าง ‘ความจริงเสมือน’ ของสภาพแวดล้อมใต้ท้องทะเล ที่แทบจะทำให้ผู้ชมแยกไม่ออกระหว่างของจริงกับของจำลองซึ่งละม้ายคล้ายคลึงจนน่าตื่นตะลึง

+ There are no comments

Add yours