การล้างจมูก เป็นการฉีดหรือเทน้ำเกลือจากรูจมูกข้างหนึ่งให้ไหลผ่านโพรงจมูกแล้วไปออกรูจมูกอีกข้างหนึ่ง โดยการล้างด้วยน้ำเกลือนี้จะช่วยลดอาการคัดจมูกจากน้ำมูกหรือระคายเคืองจากสารก่อภูมิแพ้ทั้งหลาย และเป็นวิธีที่มีการยืนยันแล้วว่าใช้ได้ผลจริง

การล้างจมูกช่วยอะไรได้บ้าง?

ในจมูกคนเรามีโครงสร้างลักษณะเป็นขนขนาดเล็กที่เรียกว่าซีเลีย (Cilia) อยู่ภายในจมูกและโพรงจมูก คอยพัดเอาน้ำมูกหรือสารคัดหลั่งไปที่หลังคอให้ถูกกลืนลงไปหรือไม่ก็พัดให้ออกไปจากจมูก การใช้น้ำเกลือช่วยล้างจะมีประโยชน์ในการช่วยกำจัดแบคทีเรีย ไวรัส และสารก่อความระคายเคืองทั้งหลายให้หลุดออกไปรวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยในกรณีที่ซีเลียไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติเนื่องจากเยื่อบุโพรงจมูกบวม

นอกจากนี้ น้ำเกลือจะไปเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบของโพรงจมูกให้มีอาการบวมน้อยลง และกลับมาหายใจได้เป็นปกติดังเดิม ทั้งยังช่วยชะล้างน้ำมูกให้น้อยลงอีกด้วย การล้างจมูกจึงสามารถนำมาใช้กับผู้ที่มีภาวะต่าง ๆ ต่อไปนี้

วิธีล้างจมูกด้วยตัวเอง

ข้อควรระวังในการล้างจมูก

การล้างจมูกสามารถทำได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ แต่ไม่ควรนำมาใช้กับทารกที่อายุยังน้อย และควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าจะปลอดภัยหรือสามารถบรรเทาอาการที่เป็นหรือไม่ หากทำแล้วพบว่าอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดิม แนะนำให้กลับไปสอบถามแพทย์  สมัครบาคาร่า  ยิ่งในกรณีที่มีอาการไข้ ปวดศีรษะหรือมีเลือดกำเดาไหลตามมา

ทั้งนี้ผู้ที่เกิดการติดเชื้อบริเวณหูหรือโพรงจมูกที่มีอาการแน่นจมูกและหายใจลำบากไม่ควรใช้วิธีนี้ และยังต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้เป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะหากเป็นผู้มีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำงานไม่ปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิธีนี้

ล้างจมูกมีวิธีการอย่างไร ?

ขั้นเตรียมการ

ขั้นตอนการล้างจมูก

ผลลัพธ์หลังจากการล้างจมูก

การล้างโพรงจมูกด้วยน้ำเกลืออาจเห็นผลได้ใน 1-2 ครั้งหลังจากเริ่มทำ และหากทำไปนาน ๆ ก็จะยิ่งเห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยบางคนอาจล้างทุกวันเพื่อไม่ให้มีอาการระคายเคืองเกิดขึ้น แต่หากสังเกตเห็นว่าอาการที่เป็นอยู่ดีขึ้นแล้วก็อาจลดลงเหลือเพียงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

การล้างจมูกมีผลข้างเคียงหรือไม่

การล้างจมูกนั้นค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีโอกาสทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้เช่นกัน ได้แก่ ความรู้สึกระคายเคือง มีอาการแสบหลังล้าง หรือมีเลือดกำเดาไหล แต่ข้อหลังนั้นพบได้น้อย ซึ่งผู้ที่เกิดอาการเหล่านี้ควรลดปริมาณเกลือที่ใช้ผสมให้น้อยลง ลดความถี่ในการล้างจมูกลง และปรับอุณหภูมิน้ำที่ใช้ให้เหมาะสม ไม่ให้ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ก็อาจช่วยให้ผลข้างเคียงลดน้อยลงได้ แต่หากอาการดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือพบปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ มีเลือดกำเดาไหล เป็นไข้ ปวดศีรษะตามมา ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *