นักสืบมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ลักษณะของนักสืบควรเป็นอย่างไร? และวิธีสืบชู้สาว

นักสืบ มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ลักษณะของ นักสืบ ควรเป็นอย่างไร ? และวิธีสืบชู้สาว สืบอย่างไรให้ไม่รู้ตัว หาหลักฐาน เพื่อมาพิสูจน์ความจริง โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. มีความอดทนสูง ส่วนมากนักสืบต้องเป็นกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก เนื่องจากลักษณะงานเน้นไปที่การเฝ้าติดตามพฤติกรรมรายบุคคลเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนและปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไขมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาบุคลากรที่เหมาะสมกับงานประเภทนี้ เพราะพวกเขาต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการตนเองที่ดี เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ อาทิ สามารถอยู่ในพื้นที่จำกัดได้เป็นระยะเวลานาน รายงานสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง และเฝ้ามองเป้าหมายอย่างไม่คลาดสายตา เป็นต้น

2. เป็นคนช่างสังเกต ควรมีคุณสมบัติที่ดีของผู้ประกอบอาชีพนักสืบ คือมีบุคลิกช่างสังเกต เก็บรายละเอียดของเป้าหมายหรือวัตถุพยานต่างๆได้อย่างครบถ้วน รวมถึงมีไหวพริบสามารถพลิกแพลงสถานการณ์เพื่อสืบค้นข้อมูลหลักฐานได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย เพราะบางครั้งโอกาสในการเข้าถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง

3. ทำงานเป็นทีมได้ดี หลายคนอาจคุ้นเคยกับบทบาทของนักสืบในภาพยนตร์ หรือการ์ตูน ที่มีพระเอกบินเดี่ยวเก็บเกี่ยวข้อมูลหลักฐานได้อย่างเหนือชั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการสืบหาข้อมูลหลักฐานในแต่ละเรื่อง ต้องอาศัยทีมงานเครือข่าย และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอยให้คำแนะนำตลอดเวลา เพื่อลดผลกระทบที่จะตามมาในภายภาคหน้านั่นเอง ดังนั้นนักสืบมืออาชีพจะต้องมีทัศนคติที่ดี สามารถรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนสามารถเข้าใจจุดประสงค์ของผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สืบเนื่องจากปัจจัยข้อนี้อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของทีมงานมืออาชีพมีอัตราสูงกว่าท้องตลาดสักเล็กน้อย แต่หากเรามองในแง่ของคุณภาพการทำงานและความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่ได้รับแล้วยังถือว่าคุ้มค่า เกินราคา และประหยัดเวลาอันมีค่าของท่านได้มากมาย นักสืบ ราคา ถูก

4. เก็บความลับเก่ง จรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดสำหรับวิชาชีพนักสืบ คือการเก็บรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง เพราะบางเรื่องมีความละเอียดอ่อนที่ไม่สามารถเปิดเผยให้กับสาธารณะชนรับรู้ได้ ดังนั้นการทำงานของนักสืบส่วนใหญ่จะต้อง กระชับ ฉับไว ไม่ยืดเยื้อ เมื่องานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น ก็จะไม่ติดต่อหรือกระทำการใดอันเป็นการรบกวนผู้ว่าจ้างด้วยประการทั้งปวง

5. มีความระมัดระวัง ความปลอดภัยคือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ เพราะงานนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย และอาจจะขัดต่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้นการเฝ้าติดตามหรือเสาะหาพยานหลักฐานต้องใช้ความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก อาทิ การเฝ้าติดตามต้องมีการทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรเพื่อไม่เป็นที่สังเกตและเสี่ยงต่อการถูกจับได้ หรือหากตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง สามารถติดต่อทีมงาน หรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยได้ทันท่วงที ตลอดจนสามารถเตรียมแผนป้องกันและหาทางหนีทีไล่ในกรณีฉุกเฉิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ลักษณะของ นักสืบ ควรเป็นอย่างไร?

      • ต้องเข้าใจเนื้องานที่จะสืบ
      • งานสืบสวนเหมาะสำหรับคนที่ไหวพริบทางปัญญาสูง ๆ
      • ที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว
      • เหตุเกิดเฉพาะหน้าสามารถแก้ได้เลย
      • มีความอดทน
      • ทำงานไม่เป็นเวลา เตรียมพร้อมตลอด
      • สุขภาพดี แข็งแรง
      • มีความละเอียดอ่อน
      • เป็นคนช่างสังเกตุ
      • การรักษาความลับของลูกค้า
      • นักสืบจะมีข้อเท็จมาก เรื่องสำคัญส่วนตัวของลูกค้าต้องรักษาให้ได้
      • ไม่แพร่งพรายหรือเล่าให้ญาติพี่น้องรับทราบ
      • นักสืบต้องมีความคล่องตัวสูง
      • ติดตามสืบพฤติกรรมต้องไม่ให้รู้ว่าเรากำลังสืบอยู่ต้องมีประการณ์
      • วิธีการติดตามต้องรู้วิธี นักสืบต้องมีความรู้ทั่วไปต้องรู้เป็นอย่างดี
      • เป็นงานที่เกี่ยวกับการปลอมตัวต้องปลอมให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อม
      • รู้เกี่ยวกับรายละเอียดบุคคล
      • บงานสืบต้องสอบให้ละเอียดทำงานต้องทำให้ตรงกับผู้ว่าจ้าง

เทคนิคสืบชู้สาวเรื่องง่าย ๆ

หลายๆคนอาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า สามีหรือภรรยาของเรา ยังซื่อสัตย์กับเราอยู่มั้ย แอบคบซ้อนกับใครอยู่หรือเปล่า แล้วอะไรจะเป็นตัวชี้วัดว่า สิ่งที่เราคิด หรือที่กำลังสงสัยอยู่ มันคือเรื่องจริง ไม่ได้เกิดจากความระแวง หรือเกิดจากความวิตกกังวลของเราเอง วิธีที่จะใช้พิสูจน์เรื่องนี้ก็คือ การสังเกตความเปลี่ยนแปลง ทางพฤติกรรมของคู่สมรสของเรานั่นเอง พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จะเป็นตัวบอกถึงความผิดปกติได้เป็นอย่างดี อย่างแรกที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากก็คือ เรื่องของคำพูดกับการกระทำ มันสวนทางกันหรือไม่ สิ่งที่เขาพูดมันคือเรื่องจริงหรือไม่ เพราะถ้าเขาพูดโกหก วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะต้องการปกปิดความจริงอะไรบางอย่างเอาไว้ โดยที่ไม่ต้องการให้เรารู้ ซึ่งมันมักจะมีเรื่องที่ไม่ดีซ่อนอยู่อีกมากมาย และยังมีพฤติกรรมอะไรอีกบ้าง ที่เราสามารถใช้ ใช้เป็นข้อสังเกตในเรื่องสืบชู้สาว

นักสืบ กับ เรื่องชู้สาว
นักสืบ กับ เรื่องชู้สาว

ให้ความสนใจหรือขาดการดูแลเอาใจใส่กับตัวเราน้อยลงกว่าเดิม
พูดคุยอะไรด้วยก็มักจะพาลหาเรื่องชวนทะเลาะเกือบทุกครั้ง
ใช้จ่ายเงินทองฟุมเฟือยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
หันมาใส่ใจดูแลเรื่องการแต่งตัวอย่างที่ไม่เคยเป็น
โทรศัพท์มักจะปิดเสียงเรียกเข้า หรือเลี่ยงที่จะรับสายบางสาย เวลามีคนโทรเข้ามา และมักจะตั้งรหัสลับส่วนตัวเพื่อล็อคโทรศัพท์
กลับบ้านไม่ตรงเวลา มักจะผิดเวลามากกว่าแต่ก่อน 1-2 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น
วันหยุดพักผ่อนมักไม่ค่อยจะอยู่บ้าน หาเหตุผลต่างๆนานาที่ออกไปข้างนอก
ไม่ค่อยกลับบ้าน อ้างว่าต้องประชุม สัมมนา หรือดูงาน ฯลฯ
พฤติกรรมบางอย่างที่กล่าวมา เป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติและมักจะพบเห็นได้

บ่อย สำหรับคนที่กำลังแอบชอบใครอยู่ เราสามารถสังเกตและประเมินเบื้องต้นได้ว่า คู่สมรสของเรา มีพฤติกรรมที่ส่อไปในเชิงชู้สาวแบบนี้หรือไม่ ถ้าใช่ สิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือ การหาหลักฐาน เพื่อมาพิสูจน์ความจริง แต่ในขั้นตอนนี้ไม่ขอแนะนำให้ทำด้วยตัวเอง เพราะงานแบบนี้จำเป็นต้องใช้คนที่มีประสบการณ์ และเครื่องมือเฉพาะทางจึงจะทำงานแบบนี้ได้สำเร็จ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ นักสืบเอกชน หรือ นักสืบมืออาชีพ เท่านั้น เพราะโอกาสในการหาหลักฐาน ที่ใช้ในงานสืบชู้สาวนั้น อาจจะมีโอกาสแค่เพียงครั้งเดียว เพราะถ้าคุณลงมือทำด้วยตัวเอง แล้วเกิดทำงานพลาดจนเขารู้ตัว เขาก็จะระมัดระวังตัวเอง มากกว่าเดิม การทำงานก็จะยากขึ้นไปอีก จึงขอแนะนำให้ใช้บริการจาก สำนักงานนักสืบ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

เทคนิคอย่างไรให้รู้ความลับ

1.ตั้งทีมติดตาม งานหลักขององค์กรสืบสวน ที่มักจะทำกันเพื่อตามสืบผู้ต้องหาโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน การติดตามเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเพื่อรวบรวมหลักฐาน เพราะถ้าให้นั่งอยู่เฉยๆ หลักฐานมันคงจะไม่ลอยมาเอง โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่มีประวัติขาวสะอาดจนน่าสงสัย สิ่งที่พวกองค์กรจะทำเพิ่มความมั่นใจว่าเขาขาวสะอาดจริงคือติดตามผู้ต้องหาคนนี้ ถ้าเกิดว่าเขาทำอะไรที่ผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็จะบึนทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน อุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ส่วนใหญ่คือ กล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง สมุดบันทึก

งานติดตามเป็นอะไรที่อันตรายมากเพราะมีโอกาสที่จะถูกจับได้ ลองคิดดูว่าตามผู้ต้องหาค้ายาเสพติดแล้วโดนฝ่ายตรงข้ามจับได้คงจะจบไม่สวยแน่ ดังนั้นคนที่จะทำงานตามสืบได้ต้องเป็นคนที่มีทักษะหลายด้าน  private investigator thailand โดยเฉพาะความไหวตัวทันก่อนที่จะถูกจับตัว ส่วนใหญ่แล้วงานอันตรายแบบนี้มักจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตำรวจ สำหรับเอกชนมักจะได้งานตามสอบทุจริตและเรื่องชู้สาวมากกว่า

2.แทรกซึมเข้ากลุ่มของเป้าหมาย ไม่มีใครรู้อะไรดีเท่ากับคนวงใน การเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของเป้าหมายช่วยให้เรามีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและหลักฐานมากที่สุด และยังเป็นวิธีที่อันตรายกว่าสุดอีกด้วย วิธีนี้เรามักจะเห็นใช้กันในสายตำรวจที่มีการส่งตำรวจไปอยู่ในกลุ่มค้ายาบ้า เมื่อถึงวันซื้อขายกันข้อมูลการนัดพบก็จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งกำลังมาจับกุมในที่สุด แผนแทรกซึมมีประสิทธิภาพสูงกว่าแผนอื่นๆช่วยให้เรารู้ความลับในอดีตและอนาคตของเป้าหมาย แต่เป็นแผนที่ต้องค่อยเป็นค่อยไปใช้เวลานาน 1 เดือน จนถึง 1 ปี

โดยเฉพาะหน่วยงานสืบของเอกชนหรือ นักสืบ อิสระที่จะเข้าไปสืบความลับบริษัทหนึ่ง จะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้เข้าถึงตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงความลับที่ต้องการได้ งานพวกนี้มีความอันตรายมาก บางงานอันตรายถึงชีวิต ถ้าเกิดไปสืบในเรื่องความลับทางการค้าให้กับบริษัทฝ่ายตรงข้าม ถ้าถูกจับได้อาจโดนดำเนินคดีทางอาญาอีกด้วยในข้อหาเปิดเผยความลับทางการค้า ถูกจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกินพันบาท

การฟ้องเรียกค่าสินไหม ทดแทน จากชายชู้ หรือหญิงชู้ เป็น คดีความแพ่ง มีกฎหมายบัญญัติ รองรับไว้ กรณีที่ใครก็ตามที่เป็นชาย และหญิง ไปเป็นชู้กับสามี หรือ ภรรยาผู้อื่นซึ่งสามี หรือ ภรรยาที่จะเอาผิดกับชายชู้

หลักฐานที่ชัดเจนว่าเป็นชู้กัน คือ

อีกสิ่งหนึ่ง สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า หลักฐานที่กล่าว ข้างต้นเลย คือ ชื่อ และ นามสกุล ของชายชู้ หรือหญิงชู้ เพราะ ถ้าไม่รู้ชื่อ – นามสกุล อีกฝ่าย ก็ฟ้องไม่ได้ ต่อให้มีหลักฐาน ที่ชัดเจนมากก็ตาม

ดังนั้น หากมีการจ้างนักสืบเอกชนเพื่อหาหลักฐานแล้ว อย่าลืมจ้างสืบหาชื่อ-สกุลของชายชู้ หรือหญิงชู้ด้วยนะครับ

หลักฐานมีอายุความ 1 ปี นับตั้งแต่ที่ทราบ

อายุความ 1 ปี นับจากแต่มีหลักฐาน รู้ชัดว่าสามี หรือ ภรรยามีชู้ ต้องทำการ ฟ้อง ภายใน 1 ปี

อีกหนึ่งความรู้ ที่ขาดไม่ได้ คือ อายุความของคดี ที่จะฟ้องเรียก ค่าสินไหมทดแทน จาก ชายชู้ หรือหญิงชู้ คือ 1 ปี  เช่นเดียวกับการฟ้องหย่า กรณีมีชู้ด้วย เช่นกันกล่าวคือ

ถ้ารู้แล้วว่าสามี หรือ ภรรยาตัวเอง ไปมีชู้ กับ ชายอื่น หรือ หญิงอื่น ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่ที่รู้ หรือ มีหลักฐาน

ถ้าปล่อยปละละเลยเกิน 1 ปี จะถือว่า ไม่ติดใจในการ ที่จะดำเนินคดี หากเป็นการจ้าง นักสืบหาหลักฐาน หลักฐานทุกอย่าง จะมีเวลา วัน/เดือน/ปี ที่บันทึกภาพ  หรือค ลิป ดังนั้น จึงควรไตร่ตรอง ให้ดี

ซึ่งในปัจจุบัน คดีชู้สาว รูปแบบนี้ ใช้เวลาไม่นาน ใช้เวลาไม่เกิน 3-5 เดือนตั้งแต่ ขั้นตอนการฟ้อง ให้จำเลยยื่นคำให้การ เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หากตกลงไม่ได้ ก็เข้าสู่กระบวนการ พิจารณาต่อไป

Tagged :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *