Skip to content

การมี ฟังก์ชันบ้านสมัยใหม่ ในการจัดการ ปรับปรุงบ้านเก่าชั้นเดียว

ปรับแปลนภายใน อยู่สบายกว่าเดิม
ตอนแรกคิดว่าใช่ นาน ๆ ไปกลับพบว่า ไม่ใช่เสียแล้ว ใครเคยเจอเหตุการณ์หรือความรู้สึกนี้คงเข้าใจเป็นอย่างดีว่า แม้ว่าจะเสียดายกับสิ่งที่เคยคิดว่าใช่ แต่ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่ใช่ว่า โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ผังแปลนบ้าน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เปลี่ยนไป อาจเกี่ยวเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงขนาดของครอบครัว หน้าที่การงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้นในอดีต เป็นต้น

เจ้าของบ้านชั้นเดียวหลังนี้ก็เคยคิดว่าผังแปลนบ้านที่อยู่อาศัยมานาน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแล้วเช่นเดียวกัน แต่กาลเวลาและปัจจัยบางอย่างมากระตุ้นทำให้พื้นที่เดิมไม่ได้ตอบโจทย์อย่างครบครัน ถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด ผังภายในเดิมนั้น ห้องนอนและห้องแฟมิลี่อยู่ใกล้ชิดจนเกินไป จึงทำให้ความเป็นส่วนตัวลดน้อยลง อีกทั้งจำนวนของห้องนอนที่มีแค่ 2 ห้องไม่เพียงพอต่อสมาชิกที่เพิ่มขึ้น นอกจากการปรับผังแล้ว ได้มีการขยับขยายพื้นที่ด้านหลังเพิ่มขึ้นด้วย

ผังใหม่มีการแบ่งโซนของห้องนอนเอาไว้อย่างเป็นกลุ่มก้อน ออกแบบภายใน โดยห้องนอนทั้ง 3 ห้องอยู่รวมกันโซนหน้าของบ้าน และจัดสรรให้ห้องแฟมิลี่หรือพื้นที่ส่วนรวมของครอบครัวอยู่โซนด้านหลังแทน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสวนกลางแจ้งได้อย่างมีชีวิตชีวา ไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในห้องผนังสี่เหลี่ยมอย่างเช่นที่ผ่านมา

การตกแต่งภายในที่นำมาให้ชมในบทความนี้เน้นไปที่ห้องแฟมิลี่หรือโซนหลังบ้านที่ทำการต่อเติมขึ้นใหม่ ห้องที่เปิดโปร่งแบบ Open Plan ช่วยให้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ขณะเดียวกันก็ช่วยสานสัมพันธภาพระหว่างสมาชิกในครอบครัวให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นอีกด้วย  แต่การที่จะทำให้สมาชิกทุกคนมารวมตัวอยู่ด้วยกันในห้องเดียวได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดนั้น ต้องทำการออกแบบให้มีความปลอดโปร่ง โล่งกว้างและสว่างไสว

แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาสู่พื้นที่ภายในได้อย่างสะดวก ผ่านช่องแสงด้านข้าง อย่างประตู หน้าต่างกระจก รวมถึงสาดส่องลงมาจากช่องแสงด้านบน เจาะช่องหลังคาเพื่อทำการติดตั้งฟังก์ชัน Sky Light ไม่ว่าจะฤดูไหน แสงจึงไม่ขาดหายไปแม้แต่น้อย

bay window

เติมไอเดียการใช้สอยให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อกระจายการใช้งานไปยังมุมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มุมนั่งเล่นริมหน้าต่าง กรอบสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่พอประมาณ รองรับการนั่งพักพร้อมกันได้ 2 คน ไม่เพียงเท่านี้ยังเป็นมุมสวยที่สามารถมองเห็นสวนนอกบ้านได้อย่างเพลิดเพลินตาด้วยBay Window ได้ติดตั้งหน้าต่างบานเกล็ดเข้าไป เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางในการระบายอากาศ ภายในจึงไม่อบอ้าว เพราะมีอากาศใหม่ไหลเข้ามาผลัดเปลี่ยนกับอากาศเก่าอยู่เสมอสีขาว สีน้ำตาลและสีเทา เป็นสีหลักที่นำมาใช้กับการตกแต่ง ความเรียบนิ่งของสีแต่ละโทนนั่น ช่างเข้ากันได้อย่างลงตัว อารมณ์ของบ้านจึงมีความผ่อนคลาย สุขุม และอบอุ่นไปพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวจัดสัดส่วนของห้องซักล่างเอาไว้อย่างชัดเจน เอาใจคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่ต้องดูแลทำความสะอาด บิลท์อินตู้เก็บของ เคาน์เตอร์ด้วยหน้าบานสีน้ำตาลสว่าง ซ่อนเก็บอุปกรณ์ของใช้ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ผนังด้านหนึ่งใช้ Pegboard สำหรับแขวนกระเป๋า เสื้อหรือร่ม ได้มากกว่าเดิม แถมยังสวยงามสบายตาอีกด้วย

โครงสร้างเดิมของบ้านหลังเก่า รวมไปถึงองค์ประกอบ เดิม ๆ ของ บ้าน มา ปรับ ปรุง ให้ เข้า กับ การ ใช้ ชีวิต และ สไตล์ ที่ ทัน สมัย ขึ้น ใน ปัจจุบัน ซึ่ง ขอ บอก เลย ว่า ใน ขั้นตอนของการปรับปรุงให้เข้ายุคสมัยอย่างไม่ทิ้งกลิ่นอายเดิม ๆ นั้นเรียกได้ว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น การ Renovate แบบนี้จะมีหลักคิดอะไรบ้าง วันนี้เราได้สรุปมาเป็นข้อๆให้คุณได้อ่านกันแล้ว

1. รื้อดีไม่มีเสียของ
สำหรับบ้านเก่าอายุเกินกว่า 50 ปี ขึ้นไปนั้น มักจะเป็นบ้านไม้ หรือผสมระหว่างปูนและไม้ หลายๆ ส่วนของบ้านจึงมักกร่อนสลายเสียหายไปตามกาลเวลา การรื้อถอนบ้านเดิมจึงเป็นเรื่องทีต้องทำก่อนขั้นตอนอื่นๆ แต่การรื้อออกโดยไม่ได้วางแผนอาจจะกลายเป็นเรื่องน่าเสียดายไปได้ เพราะโครงสร้างหรือองค์ประกอบต่างๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างทดแทนหรือซื้อหามาเติมได้ หากรู้จักเลือกใช้ดีๆ การ Renovate จะไม่ใช่เพียงแค่การทำให้บ้านกลับมาใช้งานได้ดี แต่เปรียบเสมือนการชุบชีวิตคุณค่าและความทรงจำให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

สภาพบ้านโทรมกว่า 30 ปี

2. ผสมผสานองค์ประกอบจากวันวาน กับ ปรับแปลนภายใน
และอย่างที่ได้บอกไปในข้อที่ 1 ถึงการเลือกเก็บเอาองค์ประกอบของบ้านเดิมเอาไว้ แต่การเลือกปรับใช้นั้นไม่จำเป็นต้องคงการใช้งานเดิมๆ ไว้ก็ได้ เช่น ไม้พื้นจากเรือนเดิมอาจกลายเป็นผนังไม้สวยๆ ในบ้านหลัง Renovate หรือจะเป็นชุดหน้าต่างที่นำมาจัดวางใหม่ให้ลงตัว สร้างจังหวะใหม่ๆ จากองค์ประกอบเดิมๆ ให้น่าสนใจขึ้น ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่คนมักนึกไม่ถึง เช่น การลอกสีและการทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ด้วยสีที่อ่อนลงให้แตกต่างไปจากเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มเดิมๆ ที่นิยมในสมัยโบราณ สามารถนำเอาเฟอร์นิเจอร์เก่าให้ดูร่วมสมัยและเข้ากับการตกแต่งอื่นๆ ได้ง่ายขึ้นอย่างมาก หรือการนำเอาบานหน้าต่างเก่าจากผนังด้านต่างๆ ของบ้านมารวมกันเป็นชุดผนังเดียวก็ทำให้ภาษาของงานสถาปัตยกรรมดูน่าสนใจและลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม
3. ปรับพื้นที่เก่าเพื่อการใช้งานใหม่
ในหลายพื้นที่ของบ้านที่เคยมีการใช้งานเดิมอยู่นั้น ก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมกับปัจจุบัน เช่น โต๊ะทำงานเดิมของคุณย่า ก็ปรับให้พื้นที่แลดูโปร่งขึ้น ผ่านการกั้นพื้นที่จากพื้นที่รับแขกด้วยชั้นวางของแบบโปร่งที่สามารถมองเห็นกันได้ทั้งสองพื้นที่ เปลี่ยนบานทึบของหน้าต่างให้เป็นบานกระจก รวมทั้งห้องทานข้าวที่แต่เดิมเป็นห้องทำงานและมีพื้นที่ต่อเนื่องยาวออกไปยังชานนอกบ้าน ก็ลดขนาดของห้องลงให้พอดีกับจำนวนสมาชิก จากนั้นจึงกั้นผนังและทิ้งพื้นที่ชายคาให้ต่อเนื่องไปยังชาน ทำให้ห้องทานข้าวมีจังหวะที่อบอุ่นมากยิ่งขึ้น เพราะการ Renovate นั้นไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ในวิธีการของบ้านเดิมเสมอไป แต่อยู่ที่วิธีใช้และความเข้าใจในความพอดีเสียมากกว่า
4. เก็บรักษากลิ่นอายของวันวาน
และนี่คือสิ่งสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนบ้านเก่าให้หลายเป็นบ้านใหม่ ความทรงจำที่อบอวลอยู่ในบ้านแต่ละหลังนั้นเป็นคุณค่าที่ควรแก่การตีความและทำความเข้าใจ นักออกแบบที่ดีจะไม่รื้อทำลายกลิ่นอายของความทรงจำเหล่านั้น แต่จะหาวิธีสานต่อเรื่องราวของบ้านแต่ละหลังให้ดำเนินต่อไปผ่านหลากหลายวิธีการ เช่น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดิมๆ ของบ้านเก่า การสร้างพื้นที่กิจกรรมที่คุ้นเคยจากวันวาน เก็บรักษามุมโปรดของบุคคลในครอบครัวเอาไว้ หรือแม้แต่การประดับภาพครอบครัวตามทางสัญจรในบ้านอย่างโถงบันได สิ่งเล็กๆ อันธรรมดาเหล่านี้ จะกลายเป็นสิ่งมีค่าในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *