รีวิวหนัง Ride or Die

รีวิวหนัง Ride or Die ภาพยนตร์ที่มีดีมากกว่าแค่ฉาก 18+ หลายครั้งคนนักจะตีความว่า ภาพยนตร์แนวเรท 18+ นั้นมักจะเป็นภาพยนตร์เกรด B ที่ทำออกมาให้มีความหวือหวาในงานภาพเพื่อเรียกกระแสให้มีคนมาสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ความจริงแล้วภาพยนตร์เรท 18+ หลายเรื่องเป็นภาพยนตร์ที่มีดีกว่าฉากที่เต็มไปด้วยความอีโรติก แต่มันได้แฝงถึงประเด็นอะไรมากมายที่เราได้ขบคิดกันต่อหลังรับชม  ดูหนังออนไลน์ไทย น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มักจะพูดคุยถึงประเด็นความแรงของฉากอีโรติกมากกว่า

โดยเฉพาะหากภาพยนตร์เรื่องนั้นเล่าถึงเรื่องราวแนวหญิงรักหญิง หลายคนก็น่าจะเดาทันทีว่าเรื่องราวน่าจะเป็นแนวที่เต็มไปด้วยความโหด เพราะส่วนใหญ่แล้วภาพยนตร์แนวอีโรติคหญิงรักหญิงนั้นมักแฝงไปด้วยความสยองขวัญอยู่เสมอ

Below Zero Netflix

แต่ไม่ใช่กับภาพยนตร์เรื่อง Ride or Die ภาพยนตร์ที่ได้รับเรท 18+ จากความรุนแรงของฉากและเนื้อเรื่อง ดัดแปลงเรื่องราวมาจากการ์ตูนยอดนิยมที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักระหว่างเพศเดียวกันของหญิงสาววัยรุ่น ประเด็นชีวิตของพวกเธอนั้นมีอะไรที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว กระบวนการยุติธรรม รวมไปถึงการตัดสินใจที่จะนำพามาเส้นทางแยกใหญ่ของชีวิต

หญิงสาวทั้งสองคนนั้นดูเหมือนว่าจะใช้ความรักนำทางจนเธอนั้นต้องไปพบกับจุดจบที่ไม่ได้สวยงามดั่งฝัน ทำให้เราตั้งคำถามกลับมาถึงตัวเองว่าเราสามารถรักใครสักคนจนถึงขั้นที่จะยอมฆ่าตัวคนตายเพื่อคนคนนั้นเลยหรือไม่ หรือในความจริงแล้วมันมีทางออกที่ดีกว่าเพียงแต่ว่าความรักได้นำทางให้พวกเธอมาสู่การตัดสินใจที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดและความรุนแรงได้ถึงขนาดนี้

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Ride or Die

Ride or Die จะเล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวที่มีชื่อว่าเรย์ เธอนั้นแอบชอบเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งมาตั้งแต่สมัยเรียนที่ชื่อว่าสึจิมูระ หลังจากเรียนจบทั้งสองก็แยกย้ายกันไปและไม่ได้สานความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อน เรย์ยังคงใช้ชีวิตโสดไปตามปกติของเธอและเฝ้ามองเพื่อนที่เธอแอบรักมาแสนนาน ส่วนสึจิมูระนั้นได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่เธอคบหามาก่อนหน้านี้

แต่ดูเหมือนว่าชีวิตหลังแต่งงานของเธอจะไม่เป็นดังฝัน เพราะเธอนั้นถูกสามีทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงและทารุณ ความรู้สึกเจ็บปวดทั้งกายและใจนั้นถูกสะสมเอาไว้อยู่นานจนกระทั่งเธอตัดสินใจที่จะมาขอความช่วยเหลือกับเพื่อนในวัยเด็กอย่างเรย์ ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังแสดงให้เห็นถึงบาดแผลที่เธอได้รับจากผู้เป็นสามีของเธออีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวทำให้เรย์ที่แอบรักเพื่อนอยู่นานรู้สึกเหมือนใจสลาย เธอทั้งเจ็บปวดและโกรธแค้นสามีของเพื่อนเป็นอย่างมาก

และมันก็ทำให้เรย์ตัดสินใจที่จะฆ่าสามีของเพื่อนเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด คนที่เธอรักจะไม่ถูกใครมาทำร้ายอีกต่อไป แต่สำหรับสึจิมูระสิ่งที่หญิงสาวทำทำให้เธอรู้สึกทั้งกลัวและรังเกียจที่เรย์ฆ่าคนตาย แม้ว่าคนนั้นจะเป็นสามีที่ทำร้ายร่างกายเธออย่างไม่น่าให้อภัยก็ตาม

แต่เมื่อฆ่าคนไปแล้วสิ่งที่พวกเธอจะสามารถทำได้ต่อไปก็คือการหนี ทั้งสองคนจึงได้ตัดสินใจที่จะออกเดินทางเพื่อหลีกหนีทั้งความจริงและความผิดทั้งหมด ในขณะเดียวกันเรย์เอ็งก็ยอมรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ได้กดดันหญิงสาวแต่อย่างใด เธอแค่ต้องการที่จะช่วยเหลือคนที่เธอรักเท่านั้น

แต่ความสัมพันธ์ที่พัฒนาใกล้ชิดกันทำให้ทั้งสองคนเริ่มมีความรักกันเกินกว่าเพื่อน น่าเสียดายที่ทั้งสองคนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ความรักของพวกเธอดูแล้วเหมือนจะไม่มีวันลงเอยกันได้ สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของพวกเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถติดตามรับชมได้ในภาพยนตร์

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่อง Ride or Die

Ride or Die ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเบื้องลึกภายในครอบครัวของคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะเรื่องการใช้ความรุนแรง เพราะในประเทศญี่ปุ่นยังมีบางคนที่มีความอนุรักษ์นิยมเป็นอย่างมากและมองว่าผู้ชายยังเป็นใหญ่ในสังคม ผู้ชายจึงมักจะปฏิบัติกับผู้หญิงอย่างไม่เท่าเทียม ยังคงมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวให้เราได้เห็นกันอยู่เป็นประจำ

และปัญหาในครอบครัวส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นปัญหาที่ไม่สามารถปรึกษาใครได้ เพราะเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน คนไม่ค่อยอยากจะเข้ามายุ่ง ยิ่งแจ้งตำรวจไปก็ยิ่งจะทำให้เรื่องราวแย่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ปรึกษาครอบครัวก็ไม่ได้ ทำให้ทางเลือกสุดท้ายของคนที่ประสบปัญหาดังกล่าวอย่างสึจิมูระจึงตัดสินใจที่จะปรึกษาและเล่าความจริงทั้งหมดให้กับเพื่อนฟัง แต่บังเอิญว่าเพื่อนคนนั้นดันเป็นเพื่อนที่แอบรักเธอมาเป็นเวลานาน ทำให้การแสดงออกของเรย์เต็มไปด้วยความรุนแรงจนสร้างความหวาดกลัวให้กับเธอ

ต้องบอกก่อนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ติดเรทไม่เฉพาะฉากอิโรติกเท่านั้น แต่ยังมีฉากเลือดจากที่เต็มไปด้วยความรุนแรงมากมาย มันจึงอาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับทุกคน และในการรับชมครั้งแรกหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมหญิงสาวถึงได้ตัดสินใจฆ่าสามีของเพื่อน แต่หากเราลองรับชมไปเรื่อยๆ หรือรองรับชมมากกว่า 1 ครั้งเราก็จะได้ทราบเหตุผลที่แท้จริงของเธอและเริ่มเข้าใจเธอมากยิ่งขึ้น

รีวิว หนัง Ride or Die จาก playinone

สำหรับคนที่อาจจะกระอักกระอ่วนใจก่อนดูเพราะคิดว่าเป็นแนวเลสเบี้ยนหนักไปทางเรื่อง SEX ต้องบอกว่าตัวเรื่องไม่ได้เป็นไปแบบนั้นเลยครับ แม้หัวใจสำคัญของเรื่องจะเป็นเรื่องความคาดหวังเรื่อง SEX ของเรอิที่หลงรักเพื่อนสาวมาตลอด แบบเปิดเผยด้วย ซึ่งถือว่าเรื่องทำออกมาซื่อตรงกับความเป็นจริงมากในมุมของสาวเลสเบี้ยนคนหนึ่งที่คาดหวังเรื่อง SEX กับผู้หญิงที่หลงรัก และเรื่องยังให้เรอิเป็นลูกคุณหนูมีฐานะร่ำรวย ถึงขนาดยอมจ่ายค่าเทอมให้เพื่อนที่ไม่มีเงินเรียนจนถึงขั้นคิดไปขายตัว ซึ่งอีกนัยก็คือการซื้อตัวเพื่อนไว้เพื่อแลกกับ SEX ในอนาคตที่เธอหวังลึกๆ เช่นกัน แม้โตขึ้นมาเรื่องยังวนเวียนอยู่กับความลุ่มหลงในตัวเพื่อนสาวแบบหัวปักหัวปำ จนถึงขนาดฆ่าคนเพื่อช่วยเธอออกมา

ตัวละครในเรื่องนี้หลักๆ มีแค่ 4 คน เป็นตัวละครเรอิกับสึจิมูระในวัยเด็กกับผู้ใหญ่ ซึ่งการแสดงในวัยเด็กของทั้งคู่นั้นก็ดีงาม ดูน่ารักบริสุทธิ์แบบรักวัยรุ่น แต่อาจจะแปลกสักหน่อยตรงที่เป็นเลสเบี้ยนเด็กญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยเห็นทำออกมาจริงจังแบบนี้ และเรอิในวัยเด็กนี่ก็คบกับแฟนสาวผู้ใหญ่มาตั้งแต่ตอนเรียนไฮสคูลแล้ว ส่วนในวัยผู้ใหญ่น้ำหนักบทเทไปที่เรอิมากกว่า เพราะเธอคือคนที่ลงมือฆ่าคน และก็มีปมหลงรักเพื่อนมาตลอด ซึ่ง คิโกะ มิซุฮาระ

เล่นได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ และด้วยโครงหน้าเธอที่ดูไม่เหมือนญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ มองเผินๆ แอบคล้ายดาราไทยอีกต่างหาก เธอเป็นสาวเลสเบี้ยนที่ดูสวย เท่ แกร่ง ดูปกป้องคนรักได้จริงๆ เธอเคยเล่นบท มิคาสะ ใน Attack on Titan มาก่อนด้วย เรียกว่าลุคให้มากจริงๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งเธอกลับอ่อนไหวในเรื่องความรัก แบบแพ้ทางสึจิมูระหมดตัวหมดใจ ไม่ว่าจะทำอะไรเธอก็ไม่โกรธ ยอมให้หมด แต่ก็มีฉากที่เธอระเบิดอารมณ์แนวเลสเบี้ยนรักมากก็แค้นมากแบบรุนแรงออกมาด้วยเช่นกัน

สึจิมูระ ที่แสดงโดย โฮนามิ ซาโตะ บทนี้ไม่ใช่เลสเบี้ยน แต่ค่อยๆ เปิดใจในเรื่องนี้ภายหลัง เป็นสาวแว่นที่อาจจะดูไม่สวยมาก ถอดแว่นก็ดูดีขึ้น แต่มีเสน่ห์ตรงรอยยิ้มแบบที่เรอิบอกว่าหลงรักตรงนี้ ตัวละครนี้คือสาวขี้แพ้ตั้งแต่เด็ก แม้เธอจะเคยเป็นนักกีฬาของโรงเรียน แต่กลับเลือกเดินทางที่ผิดตลอดจนชีวิตตกต่ำ แล้วก็หันไปคว้าเพื่อนกลับมาอีกครั้ง ตัวหนังนำเสนอเธอในแบบที่ดูคลุมเครือ ในตอนแรกก็ดูเหมือนเธอหลอกใช้เรอิ และต่อมาก็เหมือนพยายามทรยศหักหลังเรอิในบางครั้ง ดูไม่แน่ชัดว่าเธอคิดยังไงกับเรอิกันแน่ จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง เรื่องใช้เหตุการณ์ในอดีตที่ซ่อนไว้จนถึงปัจจุบันมาเคลียร์ปมตรงนี้ได้อย่างสวยงาม

นี่เป็นหนังเพศทางเลือกที่สวยงาม ไม่ว่าเพศไหนก็ดูเรื่องนี้ได้ อาจจะไม่เมคเซนส์ในความเป็นจริงอยู่บ้าง (เพราะทำจากมังงะด้วย) แต่เรื่องก็ดำเนินไปแบบมีเนื้อหาโฟกัสไปที่มิตรภาพของผู้หญิงสองคนได้อย่างน่าสนใจ และก็ทำฉากทั้งฆาตกรรมกับ SEX ออกมาติดเรตสุดๆ ทั้งคู่ โดยไม่เลอะเทอะมีเหตุผลลงตัวกับเรื่องราว และก็จบลงตัวดีในแบบที่ควรจะเป็น เรียกว่าเป็นหนัง Original Netflix ที่ดีเรื่องหนึ่งเลย แล้วก็หาได้ยากจากความที่เป็นคอนเทนต์หนังญี่ปุ่นใน Netflix ที่นานๆ มาทีด้วย ถ้าเปิดใจเรื่องเพศทางเลือกได้ก็ควรค่าแก่ทดลองดูครับ

ปี 2021 ถือเป็นปีที่กิโกะทำหลายสิ่งที่ดูท้าทาย เธอนำแสดงในหนังเรื่อง Aristocrats โดยรับบทเป็นสาวต่างจังหวัด ฐานะยากจน เรียนเก่ง ทำงานในบริษัทไอที ซึ่งดูเป็นคาแร็กเตอร์ที่ไม่มีอะไรเหมือนกับตัวเธอเองเลย ต่อมาเธอออกโฟโต้บุ๊กชื่อ Dream Blue ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาได้อย่างมาก เพราะภาพในเล่มนี้ไม่ใช่แค่ ‘เซ็กซี่’ แต่เป็นภาพนู้ด ถึงกระนั้นก็ได้รับคำชื่นชมว่าถ่ายทอดเรือนร่างของผู้หญิงและภูมิทัศน์ธรรมชาติได้อย่างสมจริง

และอีกหนึ่งผลงานสำคัญปีนี้ของเธอคือการรับบทเลสเบี้ยนในหนังเรื่อง Ride or Die 

 Ride or Die 

ภาพยนตร์เรื่อง Ride or Die ออกฉายทางเน็ตฟลิกซ์เมื่อเมษายน 2021 ดัดแปลงจากการ์ตูนลายเส้นดิบกร้านของ Chin Nakamura ว่าด้วยความสัมพันธ์แบบหญิง-หญิงของของเร (กิโกะ มิซูฮาระ) ศัลยแพทย์ผู้มาจากครอบครัวร่ำรวย กับนานาเอะ (โฮนามิ ซาโตะ) หญิงสาวยากจนที่ถูกสามีทุบตีเป็นประจำ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่ห่างเหินกันไปนาน อยู่ดีๆ วันหนึ่งนานาเอะก็ติดต่อหาเรและขอร้องให้ช่วยฆ่าสามีของเธอ ด้วยเหตุผลกลใดมิอาจทราบแต่เรย์ก็ทำตามคำขอของนานาเอะ

จากนั้นทั้งคู่ขับรถหนีไปด้วยกัน จน Ride or Die กลายสภาพเป็น Thelma & Louise (1991) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น อ่านเพียงเรื่องย่อหลายท่านคงเดาได้ว่าหนังเรื่องนี้บอกเล่าถึงสังคมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงที่ถูกความเป็นชายกดทับ สถานะเลสเบี้ยนที่เป็นคนนอก ซึ่งผู้เขียนคงไม่ลงลึกถึงประเด็นเหล่านั้นเพราะหนังบอกเล่าอย่างชัดเจนอยู่แล้ว จึงอยากจะเขียนถึงแง่อื่นมากกว่า

อย่างแรกที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจสำหรับหนังเรื่องนี้คือเทคนิคภาพยนตร์ที่เน้นการถ่ายแบบ long take หรือการถ่ายยาวโดยไม่ตัดต่อที่ปรากฏอยู่หลายฉาก จุดประสงค์ของการลองเทคในเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการโชว์ความอลังการของการเคลื่อนกล้องแต่เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครอย่างต่อเนื่อง ฉากสำคัญน่าจะเป็นฉากเซ็กซ์ระหว่างตัวละครนำ ในเวลาประมาณสิบนาทีกิโกะต้องเล่นทั้งฉากหัวเราะ ถึงจุดสุดยอด ร้องไห้ ถือเป็นฉากที่ซับซ้อนสับสนแต่ก็น่าประทับใจเช่นกัน

ลักษณะเด่นชัดอีกอย่างของหนังคือ ‘ความผิดที่ผิดทาง’ อาจจะเริ่มตั้งแต่การที่คนอย่างเร–ผู้ซึ่งเพียบพร้อมทุกอย่างยอมทิ้งอาชีพและฐานะมาร่วมหัวจมท้ายกับนานาเอะที่เหมือนอยู่คนละโลกกับเธอ เรพูดในฉากหนึ่งว่าตัวเธอนั้นเหมือนค้นพบความรักตอนวัยใกล้สามสิบ หนังย้ำสารตรงนี้ด้วยการใช้เพลง CHE.R.RY (2007) ของ YUI เพลงป๊อปว่าด้วยอาการเขินอายของวัยรุ่นที่ดันกลายเป็นเพลงธีมของผู้หญิงวัยเลขสามคู่หนึ่งที่เพิ่งฆ่าคนตายมา

‘ความคลุมเครือ’ ยังเป็นอีกหัวใจของ Ride or Die ความสัมพันธ์ของเรกับนานาเอะไม่เคยถูกระบุชัดเจนว่าเป็นคู่รัก พวกเขาเปลี่ยนนิยามของมันไปมาระหว่างเพื่อน คนรัก และครอบครัว จุดที่ดีคือนี่ไม่ใช่เรื่องราวความสัมพันธ์สุดแสนโรแมนติก แต่มันแฝงด้วยการใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน นานาเอะต้องพึ่งพาเรเพราะเธอรวยกว่าและใจกล้ากว่า ส่วนเรก็ใช้นานาเอะเป็นข้ออ้างในการหลุดจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ถึงจุดหนึ่งทั้งคู่ก็ไม่ปิดบังความเห็นแก่ตัวที่มีต่อกัน ตามมาด้วยการด่าทอตบตีอันแสนเจ็บปวด

สิ่งสำคัญสุดท้ายที่หนังจงใจทิ้งไว้ให้ผู้ชมถอดรหัสคือเรื่องของ ‘รอยยิ้ม’ เรบอกว่าเหตุผลที่เธอยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อนานาเอะก็เพราะเรื่องง่ายๆ (และอาจฟังดูโง่สำหรับบางคน) ว่าตอนที่นานาเอะยิ้มให้เธอวันที่เจอกันครั้งแรก นับจากนั้นการรับรู้ของเธอก็ถูกทำลายและมอบหัวใจให้อีกฝ่ายทันที ส่วนในช่วงท้ายของหนังเราก็ได้เห็นรอยยิ้มของฝ่ายเรบ้าง แม้จะดูเป็นการฝืนยิ้มเพื่อให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับอีกฝ่าย (และตัวเอง) แต่ไม่ว่าจะมองยังไง นั่นคือรอยยิ้มของคนที่ชีวิตถูกทำลายไปแล้วเสียมากกว่า

Tagged :

การออกแบบบ้านที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร พิจารณาอะไรบ้าง

การออกแบบบ้าน ที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร พิจารณาอะไรบ้าง ใครอยากรู้ตามมาดูการออกแบบบ้านเองให้เป๊ะปังแบบไม่ง้อ มืออาชีพ กันได้เลย

สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การออกแบบบ้านและแปลนบ้านถือเป็นเรื่องยากมาก  ออกแบบบริเวณบ้าน เพราะนอกจากจะต้องคำนึงถึงความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่น่าปวดหัวอีกต่างหาก ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังจะออกแบบบ้านด้วยตัวเองและกำลังมองหาแรงบันดาลใจอยู่ วันนี้กระปุกดอทคอมรวบรวมเคล็ดลับการออกแบบบ้านอย่างมีประสิทธิภาพมาฝาก รับรองรู้ไว้ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้ แถมต้องได้บ้านที่สวยงามตรงตามใจแน่นอน
 
1. เลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับสมาชิก
          ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะต้องการบ้านขนาดใหญ่ และก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะเหมาะกับบ้านขนาดเล็ก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะออกแบบบ้าน คือ การเลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโด โดยลองพิจารณาดูว่า ควรจะพื้นที่เท่าไรถึงจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคน เพื่อนำไปคำนวนต่อว่าภายในที่พักอาศัยของเราควรมีห้องนอนเท่าไร ห้องน้ำเท่าไร และเพิ่มเติมส่วนไหนบ้าง
2. ให้ความสำคัญกับเลเอาต์เป็นอันดับแรก 
          หลักจากเลือกประเภทที่อาศัยได้แล้ว ควรให้ความสำคัญกับแปลนบ้านก่อนการตกแต่ง เพราะแม้บ้านจะสวยงาม แต่ถ้าหากไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นใครที่กำลังจะออกแบบบ้านแล้วละก็ ควรออกแบบแปลนบ้านให้เสร็จก่อน โดยพิจารณาว่าจะวางตำแหน่งแต่ละห้องอย่างไร ระหว่างพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัว อยู่ติดกันได้หรือแยกคนละโซนไปเลนดีกว่า เพื่อป้องกันเสียงรบกวน หรือห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องครัว กั้นผนังดีไหม หรือออกแบบแบบ Open Plan ดีกว่า
ออกแบบบ้าน
3. ตกแต่งให้สอดคล้องกับพื้นที่ 
หลังจากเลือกแปลนบ้านที่ต้องการได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการตกแต่ง ซึ่งควรเลือกให้สอดคล้องไปกับพื้นที่ ขนาด และการจัดวางแปลนบ้าน เช่น หากภายในบ้านค่อนข้างเล็ก ควรเลือกการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เพราะทั้งโทนสีและการออกแบบในสไตล์นี้จะช่วยให้ภายในบ้านดูกว้างขวาง สว่าง บรรรยากาศปลอดโปร่ง มากกว่าสไตล์เทรดิชันนอลหรือบ้านแบบดั้งเดิม ที่มักจะใช้ผนังกั้นห้องแบ่งพื้นที่ ซึ่งจะทำให้บ้านที่มีขนาดเล็กอยู่แล้วยิ่งดูแคบลง
4. คำนึงถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุด 
เมื่อได้แบบบ้านที่ถูกใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งลงมือทันที ลองพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุดสักรอบ เช่น หากเป็นคนชอบหน้าต่างบานใหญ่ ๆ เพราะอยากให้บ้านสว่างและมองเห็นวิวด้านนอกแล้ว อย่าลืมดูด้วยว่าตรงกับทิศแดดหรือไม่ แดดเข้าช่วงไหน ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้บ้านร้อน อาจจะต้องติดกันสาดหรือเปลี่ยนผ้าม่านแบบกันความร้อน
5. ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน 
อีกหนึ่งปัญหาการตกแต่งบ้านที่หลายคนมักจะเจอก็คือ ซื้อของเข้าบ้านเพลินจนเกินไปงบ เพราะอยากได้ไปหมดทุกอย่าง ยิ่งหาก็ยิ่งเจอของที่ถูกใจ ฉะนั้นควรตั้งงบประมาณที่จะใช้ให้ชัดเจนและพยายามควบคุมให้อยู่ในวงเงินที่กำหนดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้งบบานปลายหรือเกินได้นิดหน่อยแต่ไม่มากจนเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมทำบัญชีเอาไว้ด้วย จะได้รู้ว่าใช้จ่ายกับอะไรไปบ้าง และสามารถลดตรงไหนช่วยประหยัดได้อีก
6. ถามความเห็นจากผู้รู้ 
ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาภายหลัง ควรปรึกษาหรือถามความเห็นจากคนที่อยู่แวดวงการออกแบบ อาจจะเป็นคนรู้จักที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่าง สถาปนิกหรืออินทีเรียเพิ่มเติมด้วย เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความรู้ความในเชิงลึก สามารถให้คำปรึกษาได้รอบด้าน รวมถึงการปรับและแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเหมาะสมกับเราและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
7. เชื่อสัญชาตญาณตัวเองบ้าง 
เพราะการออกแบบบ้านไม่มีผิด ไม่มีถูก ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความเหมาะสมและความต้องการ นอกจากวิธีการออกแบบที่กล่าวมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะ ๆ ทุกข้อ บางอย่างอาจจะดูนอกกรอบไปบ้าง แต่ถ้าลองพิจารณาดูแล้วว่าเป็นสิ่งที่เราชอบและเข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน ให้เชื่อสัญชาตญาณและทำตามความต้องการของตัวเองบ้าน หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้ารู้สึกว่าใช่ ก็คือใช่ ไม่จำเป็นต้องอิงตามใคร ตามตำราปลูกเรือนตามใจผู้อยู่นั่นเอง
การออกแบบบ้านมีหลาย ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นนอกจากเรื่องการตกแต่งที่สวยงามตามใจชอบแล้ว ก็อย่าลืมคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน รวมถึงความสะดวกสบายต่าง ๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้บ้านเป็นบ้านที่น่าอยู่อย่างแท้จริง และจะได้ไม่ต้องตามแก้ไขทีหลัง 

การจะสร้างบ้านสักหลังในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนคงกำลังหาวิธีในการสร้างบ้านให้ตามงบกับที่ตนมีอยู่หรือหากเป็นไปได้ก็คิดหาวิธีในการประหยัดงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นลดการตกแต่งที่น้อยลง การหาวัสดุทดแทน หรือ แม้แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบบ้านจากที่ตนคิดไว้เลยก็มี แต่ในวันนี้เราจะมาแนะนำ 6 เทคนิค ที่จะช่วยประหยัดงบประมาณในการสร้างบ้านของคุณ เพื่อให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องงบที่ปานปลาย และแบกรับกับค่าปรับแก้ในส่วนต่าง ๆ ที่มันบานปลายอีกต่อไปค่ะ

เปลี่ยนวิธีในการสร้างหรือออกแบบบ้าน

หากคุณกำลังคิดที่จะสร้างบ้านในราคาประหยัดแล้วหละก็ คุณอาจจะต้องเลือกปรับเปลี่ยนวิธีในการสร้างและออกแบบบ้านใหม่ เช่น ในกรณีของการเดินสายไฟ คุณอาจเลือกวิธีปรับเปลี่ยนมาเป็นการเดินสายไฟลอย และใช้วิธีเก็บสายไฟให้เรียบร้อยแทน เพื่อเป็นการลดงบประมาณในเรื่องของการใช้แรงงานและความประณีตไปได้ส่วนหนึ่ง หรือถ้าแบบบ้านเป็นชั้นเดียวแต่ต้องการยกสูง ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการถมดินค่อนข้างมาก เพื่อไม่ให้บ้านทรุด อาจลองปรับเปลี่ยนมาเป็นเล่นระดับของบ้านแทน ก็จะทำให้ตัวบ้านดูโปร่งขึ้น โดยไม่ต้องเสียสตางค์เยอะ

เลือกสเปควัสดุที่จำเป็น

หากต้องการสร้างบ้านในราคาประหยัดแล้วนั้น การเลือกสเปควัสดุเท่าที่จำเป็น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้คุณประหยัดงบประมาณไปได้ เช่น โซนซักล้างหลังบ้าน อาจเลือกใช้การเทปูนเปือยธรรมดา เป็นต้น

สร้างบ้านให้เหมาะสมกับพื้นที่

การเลือกพื้นที่ในการสร้างบ้านให้แค่พอเหมาะกับจำนวนสมาชิกภายในบ้าน โดยพื้นที่ที่เหลือสามารถนำไปทำเป็นสวน ลานนั่งเล่น หรือเพื่อการเกษตรปลูกผักสวนครัวแล้วนั้น การสร้างบ้านตามพื้นที่ที่พอเหมาะกับคนในครอบครัว นอกจากจะประหยัดงบประมาแล้ว ยังช่วยในเรื่องของระบบถ่ายเทอากาศภายในบ้านได้ดีอีกด้วย

ควรดูแสงและลม ให้เหมาะสมช่วยในการประหยัด

หลักการสร้างบ้านในราคาประหยัดอีกวิธีง่าย ๆ นั้น เพียงแค่คุณรู้จักทิศทางของลมและแสง เช่น การหันหน้าต่างเข้าสู่ทิศทางที่มีแสงส่องถึง การต่อเติมระเบียงในทิศทางที่มีลมพัดผ่านเข้าบ้านได้อยู่ตลอด เพียงเท่านี้ ก็สามารถประหยัดไปได้เบื้องต้นทั้งในเรื่องของการติดตั้งดวงไฟภายในบ้านที่เกินความจำเป็น หรือการติดตั้งแอร์ในบางห้องเป็นต้น

ดูแปลนบ้านให้ตามความเหมาะสม

การวางผังหรือแปลนบ้านนับว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้คุณเห็นถึงภาพกว้างทั้งหมดของบ้านเราจากการดูแปลนหรือแผนผังของบ้าน และทำให้คุณสามารถวิเคราะห์และตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกได้ ดังนั้นการวาดแปลนบ้านหากจะให้คำนึงถึงความประหยัดด้วยแล้วนั้นควรยึดตามพื้นที่ที่จำเป็น เช่น ห้องน้ำ ห้องนอน เป็นหลัก

6. ปรับเปลี่ยนวัสดุ

คุณสามารถสร้างบ้านราคาประหยัดได้โดยการเลือกใช้วัสดุ เช่น การใช้ปูนเปลือยแทนการใช้กระเบื้อง หรือพื้นไม้ การใช้ยิปซั่มบอร์ดแทนอิฐมอญเบาเป็นต้น

เพียงคุณรู้จักวิธีเลือก ตัดของไม่จำเป็นออกไปเท่านี้คุณก็สามารถสร้างบ้านในราคาประหยัดได้อย่างง่ายดาย โดย 6 เทคนิคที่เรานำมาฝากคุณผู้อ่านในวันนี้ เป็นเพียงแค่วีธีเบื้องต้นสำหรับการสร้างบ้านในราคาประหยัดเพียงเท่านั้น หากคุณกำลังมองหาวิธีการสร้างบ้านในราคาประหยัดเพิ่มเติม คุณควรปรึกษาบริษัทรับสร้างบ้าน หรือผู้ที่ประกอบวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสร้างบ้านเช่นสถาปนิก หรือผู้รับเหมา เพื่อที่คุณจะได้ตัวเลือกสำหรับการสร้างบ้านในราคาประหยัดที่หลากหลาย และปลอดภัยทั้งแก่คุณผู้อยู่อาศัยด้วยเป็นต้น

-วางแปลนบ้านตามทิศเหนือ-ใต้ จุดเริ่มต้นของ บ้านเย็น ที่อยู่สบาย คือ การวางตำแหน่งบ้านให้ถูกต้อง ด้วยการวางตัวบ้านขนานแนวโคจรของดวงอาทิตย์ ให้ด้านแคบของบ้านหันไปทิศตะวันออกและตะวันตกซึ่งมีแดดแรง แล้วหันด้านยาวของบ้านไปทางทิศเหนือและใต้ซึ่งได้รับแดดน้อยกว่า และทำช่องหน้าต่างเปิดรับลมธรรมชาติให้มากที่สุด โดยมีทิศทางลมและแสงแดด

  • a.ช่วงกลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนกุมภาพันธ์ มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดพาอากาศหนาวมา และช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงลมเปลี่ยนทิศจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
  • b.ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาฝนและความชื้นมา

-ทิศทางแดด

  • c.ช่วงเดือนมีนาคม และกันยายน เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรใกล้โลกมากที่สุด แสงแดดช่วงเช้าจะมาทางทิศตะวันออก แสงแดดช่วงบ่ายและเย็นจะมาทางทิศตะวันตก  ส่วนทางทิศเหนือและใต้จะได้รับแสงแดดระหว่างวันในปริมาณน้อย

  • d.ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอ้อมไปทางทิศเหนือมากที่สุด ดังนั้นแสงแดดช่วงเช้าจะมาทางทิศตะวันออกและเหนือ แสงแดดช่วงบ่ายถึงเย็นจะมาทางทิศตะวันตกและทิศเหนือบางส่วน ในช่วงนี้ทิศใต้จะได้รับแสงแดดในปริมาณน้อย

  • e.ตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอ้อมไปทางทิศใต้มากที่สุด ทิศใต้จึงได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน และทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อย

จัดห้องตามทิศและช่วงเวลาการใช้งาน

เนื่องจากเราไม่สามารถจัดวางทุกห้องให้อยู่เฉพาะทิศเหนือและตะวันออกซึ่งโดนแดดน้อยได้ทั้งหมด แต่สามารถจัดตามช่วงเวลาการใช้งานได้ เช่น ห้องน้ำและห้องครัวซึ่งมีความชื้นสูง มีการใช้งานเป็นครั้งคราวก็เหมาะกับทิศตะวันตกและทิศใต้ หรือถ้าเราใช้ห้องทำงานเฉพาะช่วงเช้าถึงช่วงกลางวัน การจัดห้องทำงานไว้ในทิศตะวันตกก็สามารถทำได้เพราะแดดจะเข้าช่วงบ่าย โดยหลีกเลี่ยงห้องที่ใช้งานช่วงบ่ายถึงกลางคืนไว้ในทิศที่ร้อน เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เพราะผนังที่รับแดดมาทั้งวัน จะคายความร้อนมาในช่วงกลางคืน ทำให้ห้องนั้นยังคงร้อนในช่วงเวลาที่เราใช้งาน

เทคนิคการวางแปลนหลบแดด รับลม

การวางแปลนบ้านที่ดีสามารถช่วยให้ บ้านเย็น ได้ด้วยตัวเอง มีไอเดียการวางแปลนดังนี้

  • วางแปลนให้บังแดดกันเอง เช่น การยื่นอาคารบางส่วนเพื่อช่วยบังแดดให้กับพื้นที่ใช้งานหลัก

  • วางส่วนเซอร์วิส ทางเดิน ที่เก็บของ ซึ่งไม่ได้ใช้งานบ่อยให้บล็อกความร้อนเข้าบ้าน

  • เพิ่มพื้นที่ผิวอาคาร เช่น การทำวางแปลนเป็นรูปตัวแอลและรูปตัวยู ช่วยระบายอากาศและเปิดมุมมองได้มากขึ้น

  • ลดขนาดอาคาร จัดวางเป็นกลุ่ม แทนการทำอาคารขนาดใหญ่หลังเดียว

  • ปิดนอก เปิดใน สไตล์คนเมือง โดยสร้างพื้นที่เปิดโล่งไว้ภายในบ้าน สามารถ เปิด รับ ลม ได้แบบเป็นส่วนตัว

Tagged :

วิธีบรรเทาอาการปากบวมเบื้องต้น อาการริมฝีปากบวม

อาการปากบวม

แม้ว่า อาการริมฝีปากบวม ส่วนใหญ่อาจหายเองได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่เพื่อ ลดอาการปวดบวม และอักเสบที่ส่งผลต่อ การใช้ชีวิต วิธีต่อไปนี้อาจช่วยได้

  • ประคบเย็นบริเวณริมฝีปากด้วยการใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่สะอาดและนุ่มมาห่อถุงน้ำแข็ง หรือนำไปชุบกับน้ำเย็นบิดหมาด จากนั้นนำมาประคบริมฝีปาก 10-15 นาทีเป็นพัก ๆ และหยุดเมื่อรู้สึกว่าเย็นเกินไป ความเย็นจะลดการไหลเวียนเลือดบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดบวม เพื่อป้องกันการระคายเคือง ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งประคบโดยตรงเพราะจะทำให้ผิวหนังบาดเจ็บ
  • ใช้ครีมหรือสารที่มีฤทธิ์ปลอบประโลมผิว ในกรณีที่ริมฝีปากบวมเนื่องจากการระคายจากภายนอก อย่างริมฝีปากไหม้จากการตากแดด
  • ใช้ยาแก้แพ้เพื่อบรรเทาอาการปากบวมจากโรคภูมิแพ้ โดยอาจเลือกใช้ยารับประทานหรือยาทาก็ได้ แต่เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ
  • ใช้ยาแก้ปวดชนิดไม่มีสเตียรอยด์หรือเอ็นเสด (NSAID) ที่ช่วยลดอาการปวดบวมและอักเสบ ซึ่งควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้เช่นเดียวกัน
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้ปากบวม เช่น สารก่อภูมิแพ้ที่ตนเองแพ้ สารเคมี น้ำหอม สารกันเสีย แอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด เป็นต้น นอกจากนี้ควรระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อริมฝีปาก

เพียงเท่านี้ก็ช่วยบรรเทาอาการริมฝีปากบวมได้ในเบื้องต้น โดยระยะเวลาอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นหลังจากการดูแลตนเอง เป็นติดต่อกันนาน อาการรุนแรงขึ้น เกิดแผลบริเวณริมฝีปาก เป็นไข้ และหนาวสั่น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างเหมาะสม หากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ริมฝีปากบวมผิดปกติ ฉีกขาด และเลือดออกมาก หรือพบสัญญาณของอาการแพ้รุนแรง อย่างหายใจไม่ออก คอบวม หน้าบวม คลื่นไส้อาเจียน หรือปวดท้องร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์ทันที

การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นอาจเป็นวิธีที่ดีสุดสำหรับการป้องกันอาการปากบวม แต่ในบางครั้งอาการนี้ก็อาจเกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งหากพบอาการปากบวมเป็น ๆ หาย ๆ หรือเป็นติดต่อกันนานควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

Tagged :