เฉดสีทาภายในสวย ๆ ที่กำลังร้อนแรง อยู่ขนาดนี้ ในการทาบ้าน

ตอนนี้กำลังมี โรคระบาด COVID 19 ระบาด หนักมาก ทำให้ต้องทำงานอยู่ในบ้าน ใครที่อยู่บ้านบ่อย ๆ แล้วรู้สึกเบื่อหนาย และ ไม่ค่อยอินกับบ้านตัวเองเหมือนแต่ก่อน ยิ่ง Work From Home ติดต่อกันหลายเดือน ยิ่งเบื่อหนักกว่าเดิม ลองมาเปลี่ยนสีห้องในบ้านกันดูดีกว่าไหม เช่น เปลี่ยนสีห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น หรือห้องต่าง ๆ ให้เป็นสีที่น่าสนใจ

เราได้แนะนำ เฉดสีบ้านภายนอกยอดนิยม ร้อนแรงในปัจจุบัน กับเฉดสีทาบ้านภายใน เฉดสีสวย ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมสูงในช่วงนี้ บอกเลยว่าห้องของคุณจะให้ปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักห้องตัวเองอีกครั้ง ไปแล้ว จะมีสีอะไรบ้างเราดูกัน

ก่อนจะไปรู้เรื่องสีทาบ้าน เราต้องรู้ประโยชน์สีภายใน ที่อาจไม่มีใครเคยบอกก่อน

การทาสีภายในใหม่ นอกจากคุณจะได้สีห้องที่สวยขึ้น ดูน่ามองขึ้น และช่วยให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป สิ่งที่คนส่วนใหญ่ ไม่รู้มาก่อน คือ สีทาภายในสามารถทำให้สุขภาพคุณดีขึ้นได้ รวมถึงยังช่วยให้คุณป่วยน้อยลงได้ด้วยนะ

เพราะ ปัจจุบันสีทาภายในได้ใส่คุณสมบัติเพื่อช่วยส่งเสริมเรื่องสุขภาพมามากมาย เช่น คุณสมบัติการช่วยฟอกอากาศ คุณสมบัติการดูซับสารอันตรายในอากาศ (สารระเหยเป็นพิษ สารฟอร์มัลดีไฮด์) หรือ คุณสมบัติที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก อย่างการกำจัดเชื้อโรคบนผนัง ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา หรือแม้กระทั่งเชื้อโคโรนาไวรัส

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยยกระดับสุขภาพของคุณให้ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงจากบรรดาเชื้อโรคต่างๆ บนผนัง โดยเฉพาะกับบ้านที่มีเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ ที่มีโอกาสสัมผัสผนังได้บ่อย ดังนั้น การเลือกสีทาภายในจึงจำเป็นต้องเลือกสรรมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อประโยชน์สูงสุดของเจ้าของบ้านเอง จ่ายเงินครั้งนึง เปลี่ยนสีใหม่ครั้งนึงเลือกให้ดีไปเลยดีกว่า

สีทาบ้าน ภายในห้อง

สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกซื้อสีทาภายใน ให้คุ้มค่าในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ แค่รู้ เรื่อง เฟอร์นิเจอร์

1. การเลือกสีที่ไม่ผสมสารปรอทและสารตะกั่ว

สีทาภายใน คือ สีที่อยู่ใกล้ชิดเรามากที่สุด เพราะเราอาจไปสัมผัสโดดได้ เพื่อความปลอดภัยจึงต้องเลือกสีที่ปราศจากสารโลหะหนัก เช่น สารปรอท หรือสารตะกั่ว สำหรับวิธีดูง่าย ๆ ว่าสินค้าสีดังกล่าวปลอดภัยหรือไม่ ให้สังเกตจากสัญลักษณ์ข้างบรรจุภัณฑ์ หรือแคตตาล็อกของสินค้า

2. เลือกกลิ่นสำคัญมาก ควรเลือกสีที่กลิ่นอ่อน Low VOCs

กลิ่นสี อาจเป็นเรื่อง sensitive สิ่งที่หลายคนไม่ชอบเวลาทาสีใหม่ เป็นอะไรที่อันตรายกว่าที่คิด บางท่านถึงกับไมเกรนขึ้น มีผื่นแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ ทางที่ดีควรเลือกสีที่เป็นสูตรน้ำอะคริลิก และที่เป็นแบบ Low VOCs กลิ่นอ่อนไม่ปล่อยสารระเหยที่เป็นอันตราย เท่านั้น

3. อยากให้ห้องน่ามอง ทนทานต่อ สภาพอากาศ ต้องเลือกสีที่มีคุณสมบัติทนการเช็ดล้างดี ๆ

ขึ้นชื่อว่า สีทาภายใน ต้องไม่ลืมเรื่องการเช็ดล้างที่ต้องง่ายและทน อาจมีคนอยากจะเป็นศิลปินไปขีดเขียนบนผนัง หรือคราบอาหารในห้องครัว เป็นต้น สีทาภายในที่ดีควรทนการเช็ดล้างได้ที่ 100,000 ครั้ง ขึ้นไป

4. ความปลอดภัย ให้เลือกสีที่สามารถยับยั้งเชื้อโรคบนผนังได้

ผนังบ้านคิดเป็นประมาณร้อยละ 80% ของพื้นผิวในบ้านทั้งหมด การที่จะทำให้ผนังในบ้านสะอาดครบทุกส่วนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ด้วยนวัตกรรมของสีทาภายในสมัยนี้ เช่น นวัตกรรมโกลด์ ไอออน ที่มีผลรับรองจากสถาบันระดับโลกมากมายว่าสามารถยับยั้งเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส หรือแม้กระทั่งเชื้อโคโรนาไวรัส บนผนังได้ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยทำให้ผนังบ้านคุณสะอาด และลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากเชื้อโรคเหล่านี้ได้นั่นเอง

4 ข้อเหล่านี้ การเลือกสีทาภายใน อาจจะดูเรื่องคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ที่สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับตัวคุณได้ เช่น คุณสมบัติการฟอกอากาศ เป็นต้น

ได้รู้ประโยชน์ของการทาสีภายใน และวิธีการเลือกซื้อสีข้างตนกันไปแล้ว ถึงเวลามาเปิดรับไอเดียเฉดสี ทาภายในสุดปังที่กำลังฮิตสุด ๆ ตอนนี้ ที่คัดสรรมาให้กันได้

เฉดสีทาภายในสวย ๆ ตอนรับ ยุคสมัยใหม่ ที่กำลังได้รับความนิยมสูง

สีบ้านภายใน สีเทา หรือสีควันบุหรี่

สีควันบุหรี่ คือสีถูกถามหามากที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากเป็นสีที่มีความมินิมอลสูง ไม่ว่าเอาไปแมตช์กับเฟอร์นิเจอร์แบบไหน หรือเอาไปแต่งกับห้องอะไรก็ดูลงตัวไปหมด ด้วยเหตุนี้ ห้องสีเทาควันบุหรี่ (138-1) หรือห้องสีขาวควันบุหรี่ (135-1)   จึงได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

สีทาบ้าน ภายในห้อง

สีบ้านภายใน สีฟ้า

สีสุดฮิตลำดับถัดมาจะเป็นสีอะไรไม่ได้เลยนอกจากสีฟ้า ห้องสีนี้จะช่วยให้ผู้อยู่รู้สึกผ่อนคลายจิตใจและอารมณ์ สามารถลดความกดดันได้เป็นอย่างดี มองแล้วสบายตา เหมาะมากกับห้องนั่งเล่น และห้องนอนที่ต้องกา รๆ พักผ่อนอย่างจริงจัง ให้ความรู้สึกว่ากำลังอยู่บนห้องฟ้าได้เลย

สีบ้านภายใน สีครีม

สีโทนอุ่น ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของห้องให้อบอุ่นหัวใจ น่าถนุถนอม โอบกอด ให้กลิ่นอายสไตล์บ้านมูจิ อีกทั้งห้องสีครีมอ่อน ๆ ยังทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้นได้อีกด้วย สบายตา ดูแล้วทำให้คนที่อยู่อาศัยเป็นคนตัวเล็กน่ารักไปเลย

สีบ้านภายใน สีเบจ

จะน้ำตาลก็ไม่เชิงจะครีมก็ไม่ใช่ ออกเหมือนครึ่งครีม ครึ่งน้ำตาล ที่มาพร้อมความเท่แต่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ความทันสมัย แบบชาติตะวันตก การใช้สีโทนนี้จะช่วยให้ห้องดูหรูหรา แบบโมเดิร์น

สีบ้านภายใน สีพีช

เทรนด์ห้องสีพีชกำลังมาแรง เพราะว่าเป็นสีแนวพาสเทลที่ออกหวานซ่อนเปรี้ยว สายหวานแต่แอบมีกวน ๆ นิดหนึ่ง อาจจะเป็นการคอมบิเนชั่น ระหว่างสีชมพู และสีส้มได้อย่างกลมกลืน เรียกได้ว่าเป็นสีห้องในฝันของสาว ๆ เลย

สีทาบ้าน ภายในห้อง

สีบ้านภายใน สีชมพู – สีแดง

สีห้องที่ทำให้ดูเหมือนกำลังมีความรักตลอดเวลา เหมาะกับคนที่ชอบการแต่งห้องสไตล์หวาน ๆ จะโสดอยู่หรือมีคู่ก็ได้ แต่ถ้าใครกลัวเลี่ยนเกินไป อาจจะลองใช้โทนชมพูเข้ม ๆ ไปทางสีแดง ก็จะทำให้ห้องดูเท่ดุดันขึ้น

สีบ้านภายในสีเขียว

อยากเพิ่มความร่มรื่น และความสดชื่นให้กับห้อง ต้องสีเขียวเลย คิดดูแค่ต้นไม้ต้นเดียวห้องก็ดูร่มรื่นแล้ว แต่นี่เขียวทั้งผนังจะรื่นรมย์ขนาดไหน นอกจากนี้ห้องสีเขียวยังช่วยลดความเครียด และช่วยฟื้นฟูสายตาที่กำลังล้าจากการจ้องหน้าจอคอมนาน ๆ ได้อีกด้วย

สีบ้านภายในสีส้ม

บางคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นสีที่ร้อนแรงเกินไป ออกแบบภายใน เพราะเป็นสีโทนร้อน แต่เดี๋ยวก่อนในอีกมุมสีส้มคือสีที่จะทำให้คุณรู้สึกสนุกสนาน กระปรี้กระเปร่า หากต้องการให้ห้องดูแอคทีฟ สีนี้คือสีที่ต้องลองดูสักครั้ง เป็นสีที่เวลาทำงานแล้วผ่อนคลาย สบายใจ เป็นอีกสีที่กำลังมาแรง

สีบ้านภายในสีม่วง

เปลี่ยนห้องธรรมดาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นสีที่พบได้น้อยตามธรรมชาติ จากการศึกษาพบว่าห้องสีม่วงช่วยปลุกเร้าอารมณ์ได้ ทำให้ห้องดูมีความน่าค้นหา เป็นสีแห่งจิตวิญญาณ สีแห่งความหลากหลาย และบางครั้งมักจะถูกเป็นสัญลักษณ์แสดงของเพศที่หลากหลายของกลุ่ม LGBTQ อีกด้วย

วิธีการและขั้นตอนการทาสีภายใน

การทาสีภายใน จะมีวิธีการขั้นตอนเหมือนกับการทาสีตามระบบทั่วไป ที่ต้องลงเตรียมพื้นผิว ทาสีรองพื้น และทาสีทับหน้า ตามลำดับ

ขั้นตอนแรก เตรียมพื้นผิว

    • ให้สำรวจพื้นที่ของผนังห้องที่ต้องการทาสีใหม่ วัดออกมาเป็นหน่วยตารางเมตร
    • ดำเนินการจัดซื้อสีทั้งสีรองพื้นและสีทับหน้าให้เพียงพอต่อพื้นที่
    • กรณีพื้นผิวเดิมยังสภาพดี ให้ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากคราบสกปรก และฝุ่นผง
    • กรณีพื้นผิวเดิมมีปัญหา เช่น เป็นฝุ่นชอล์ก  บวมพอง มีการลอกล่อน มีเชื้อรา ตะไคร่น้ำ ให้ดำเนินการซ่อมแซมพื้นผิวดังกล่าวเสียก่อน โดยอาจจะต้องขูดลอกสีเดิมที่เสื่อมสภาพออก หรือถ้ามีเชื้อราให้ขัดล้างเชื้อราตะไคร่น้ำ และใช้น้ำยากำจัดเชื้อราและตะไคร่น้ำ ทาไปที่พื้นผิวโดยไม่ต้องล้างออก
    • หากพื้นผิวเดิมมีรอยแตกร้าวให้ซ่อมแซมอุดโป๊วด้วย ตามขนาดรอยแตก
    • เมื่อซ่อมแซมผนังเรียบร้อยแล้วให้ปิดเทปกาวในส่วนที่ไม่อยากให้สีเลอะไปโดน เช่น ขอบประตู ขอบหน้าต่าง ปลั๊กไฟ เป็นต้น

ขั้นตอนที่สอง ทาสีรองพื้น

    • กรณีที่เป็นพื้นผิวปูนเก่า (ฉาบเสร็จ 6 เดือนขึ้นไป) ให้ใช้สีรองพื้นปูนเก่าทา 1 เที่ยว
    • กรณีที่เป็นพื้นผิวปูนใหม่ (ฉาบเสร็จ 1 เดือนขึ้นไป) ให้ใช้สีรองพื้นปูนใหม่กันด่างทา 1 เที่ยว
    • กรณีที่เป็นพื้นผิวปูนสด (ฉาบเสร็จ 2 วันขึ้นไป) ให้ใช้สีรองพื้นปูนทนสูง ทาจำนวน 1 เที่ยว นอกจากนี้ซึ่งสีร้อนพื้นตัวดังกล่าวเป็นสูตรอเนกประสงค์ สามารถใช้ทาพื้นผิวปูนเก่า และปูนใหม่ได้อีกด้วย

ขั้นตอนสาม การทาสีทับหน้า

    • เปิดฝาถังสี ผสมน้ำสะอาด 10-15% แล้วคนให้เนื้อสีเข้ากันสักครู่
    • นำเทใส่ถาดสี และใช้แปรง หรือลูกกลิ้งทาไปที่พื้นผิวผนังที่ทาสีรองพื้นแล้วได้เลย โดยให้ทา 2 – 3 เที่ยว เว้นระยะห่างประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงต่อเที่ยว
Tagged :