มีคำตอบที่นี้ รู้ก่อนจ้าง นักสืบเอกชน

ข้อควรรู้ ก่อนที่คุณจะ จ้างนักสืบ เรามีคำตอบให้คุณทุกอย่าง ข้อควรรู้ ก่อนที่คุณจะจ้างนักสืบ เรามีคำตอบให้คุณทุกอย่าง ขอให้คำเตือน คำแนะนำ และข้อระวัง ก่อนที่ท่านจะ จ้างนักสืบ เพื่อป้องกัน มิให้ท่านถูกหลอกอีก ถูกคนรักนอกใจหลอกลวง แล้วยังมาถูกนักสืบ หลอกอีกครั้งหนึ่ง นักสืบ และทีมงานของเรา นักสืบแห่งประเทศไทย จึงขอให้คำแนะนำก่อนที่จะเลือก จ้างนักสืบ ดังนี้

การจ้างนักสืบเอกชน จะต้องจ้างบริษัทนักสืบ ที่มีชื่อเสียงในวงการ มีตัวตน และอยู่มานาน เพราะนั่นหมายถึง การมีประสบการณ์ มีฝีมือในการทำงาน (เป็นมืออาชีพ) และมีความน่าเชื่อถือ ด้วยเช่นกัน

ได้รับการตรวจสอบแล้ว จากสังคม มีผลงานจนเป็นที่ยอมรับ ของลูกค้า วิธีตรวจสอบที่ง่ายที่สุด และนิยมใช้มากที่สุด คือ การพิมพ์ชื่อของ นักสืบเอกชน / สำนักงานนักสืบ / บริษัทนักสืบ ที่ท่านเลือก ลงบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งท่านสามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้น ช่วยในการตัดสินใจ จ้างนักสืบ ได้

เป็นบริษัทนักสืบที่ชัดเจน มีสำนักงานนักสืบ หรือที่ทำการเป็นหลักแหล่ง นักสืบมีตัวตน สามารถพบเจอได้ เมื่อคุณต้องการ เพื่อพูดคุยรายละเอียด ก่อนจ้างงานสืบ มีจรรยาบรรณ ในการรักษาความลับ ของลูกค้า ไม่นำความลับของลูกค้า มาเผยแพร่ เพื่อแสดงผลงาน ของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ วิธีการ หานักสืบ ที่ไว้ใจได้ มาทำงานสำคัญ

จ้างนักสืบ ราคาเท่าไหร่ คิดอย่างไร ?
ที่สุดของคำถาม ยอดนิยม ที่เผชิญอยู่ หลายครั้ง ๆ สำหรับการ ขอคำแนะนำ ก่อนว่าจ้างสายลับ จากหลาย ๆ ปริศนา ซึ่งบางเวลา ค่าใช้สอย จากการว่าจ้าง สืบ นั้น ราคาแตกต่างกันจากเหตุหลาย ๆ อย่าง ก็เลยมีคำถาม เกิดขึ้น มาอีกว่า เพราะอะไร แต่ละงาน แต่ละเคสงาน ราคไม่แพงบ้าง แพงบ้าง แตกต่างกัน นักสืบเอกชน เขามี แนวทางคิด หรือหลักสำาหรับเพื่อการ ตั้งราคา ค่าแรงงาน ในแต่ละงานเช่นไร โดยเหตุนั้น พวกเรา ก็เลย ขอตอบปัญหา กลุ่มนี้ แบบสั้น ๆ ให้ ทุกคนได้อ่านกันก่อน

จ้างนักสืบ มีเงื่อนไขอย่างไร คิดคำนวณอย่างไร
จ้างนักสืบ มีเงื่อนไขอย่างไร คิดคำนวณอย่างไร

การคิดราคา ค่าบริการ สำหรับงานสืบนั้น ไม่มีราคาที่แน่นอน และคงที่ ขึ้นอยู่กับว่าสืบอะไร ข้อมูลที่ท่านต้องการ เข้าถึงยากหรือไม่ สืบชู้สาว นักสืบ ติดตามพฤติกรรมบุคคล สะกดรอย หรือสืบหาคนหาย หรือสืบตามหมายจับ หรือสืบข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล , องค์กร ฯลฯ หรืองานสืบอื่น ๆ

จะเห็นได้ว่า แต่ละข้อมูลที่กล่าวมา ก็เกิดความต่างของข้อมูล และที่สำคัญ ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ท่านมีด้วย บางท่านต้องการ ให้หาข้อมูลส่วนบุคคล อย่างละเอียด แต่มีรูปใบเดียว บางท่านมีข้อมูลทุกอย่าง รูปถ่าย ที่ทำงาน ที่พัก รถที่ใช้ ฯลฯ ดังนั้น จึงเกิดความต่าง ของราคาจ้างนักสืบ ที่ค่อนข้างชัดเจน ในแต่ละเคสงาน

รายละเอียดสำหรับราคาจ้างนักสืบ จากการทำงานที่ผ่านมา สรุปกว้าง ๆ ได้ดังนี้
– งานสืบติดตามพฤติกรรมสะกดรอย เรทอยู่ที่ประมาณ 4,000 – 15,000 บาท/วัน
– งานสืบข้อมูลบุคคล เรทอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับข้อมูล ที่ท่านต้องการ ว่ายากแค่ไหน
– งานสืบหาคนหาย และ งานสืบติดตามหมายจับ เรทอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 400,000 บาท
– งานสืบหาตัวบุคคลที่เจตนาหลบหนี (ไม่มีหมายจับ) เช่น ตามหาตัวลูกหนี้ ส่วนใหญ่ เรทอยู่ที่ประมาณ 10% – 20% ของยอดหนี้ ที่เป็นหลักล้านขึ้นไป
ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นรายละเอียดกว้าง ๆ เท่านั้น ขอแนะนำให้ท่านปรึกษานักสืบ ที่ท่านกำลังจะจ้าง พร้อมกล่าวรายละเอียดงานสืบ ที่ท่านต้องการ และข้อมูลที่ท่านมี กับนักสืบท่านนั้น ๆ จึงจะทราบราคา ที่แน่นอนสำหรับงานสืบ

การคิดค่าบริการ ในการจ้างสืบ สำหรับงานสืบ ติดตาม พฤติกรรมบุคคล สะกดรอย เก็บหลักฐานแต่ละครั้ง แต่ละเคส นักสืบแจ๊ค และทีมงาน นักสืบแห่งประเทศไทย จะคำนวณ หรือพิจารณา จากเหตุผลส่วนใหญ่ ดังต่อไปนี้

– พื้นที่จังหวัด : เพราะจะต้องทราบก่อนว่า งานสืบที่ทำอยู่ตรงไหน ณ พื้นที่นั้น ๆ มีทีมงานของเราอยู่หรือไม่ ? ฯลฯ ดังนั้นคำถามแรก ๆ จากนักสืบหลาย ๆ ท่านที่ท่านจะได้ยินคือ “พื้นที่จังหวัดไหน?”
– การทำงานและพื้นฐานทางสังคม เพราะความต่างของแต่ละอาชีพ แต่ละงานที่เป้าหมายทำ ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันจึงต่างกัน ทำให้สถานะทางสังคม ของเป้าหมาย แต่ละคนต่างกันไปด้วย จึงมีคำถามบ่อย ๆ จากนักสืบหลาย ๆ ท่านว่า เป้าหมายทำงานอะไร? เพื่อให้ง่ายต่อการทำงานเคสนั้น ๆ
– จำนวนทีมที่ใช้ : ในการลงพื้นที่ เฉพาะงานติดตาม พฤติกรรมบุคคล สะกดรอยเป้าหมาย เพื่อเก็บบันทึกภาพถ่าย และคลิปเป็นหลักฐาน จำนวนทีมที่ใช้นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้หลักฐานสำคัญมา
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำถามสั้น ๆ ที่นักสืบเอกชนทุกท่าน จำเป็นจะต้องทราบ เพราะสำคัญต่อการประเมิน หรือพิจารณา หรือคำนวณคิดค่าจ้างทั้งสิ้น ดังนั้นขอแนะนำให้ท่านติดต่อ สอบถาม ปรึกษา และกล่าวรายละเอียดทั้งหมด หรือนักสืบท่านอื่น ๆ ที่ท่านกำลังจะจ้าง ท่านจึงจะทราบราคา ค่าจ้าง ที่เหมาะสมสำหรับงานของท่าน

สำหรับท่าน ที่กำลังคิดจะ จ้างนักสืบ เราขอแนะนำว่า ทุกสิ่งที่ท่านทราบมา หรือสิ่งที่ท่าน กำลังสันนิษฐาน หรือมีเซนต์บางอย่าง หรือการสัมผัสบางอย่าง เกี่ยวกับคนรักของท่าน ว่าจะมีมือที่สาม มีชู้ และกำลังจะนอกใจ เพราะสัมผัสจากคนใกล้ตัวนั้น แม่นยำเสมอ

จงเชื่อในสิ่งที่ท่านคิด และอย่าได้ทำการสืบเอง จนอีกฝ่ายนั้นรู้ตัว และรู้สึกระแวง สงสัย หรือระวังตัว เพราะนั่นจะทำให้การทำงาน การเก็บหลักฐาน ของนักสืบทุก ๆ ท่าน ที่ท่านจ้างสืบต่อ จากสิ่งที่ท่านทำไว้ จะทำงานได้ยากมากยิ่งขึ้น ท่านจะไม่ได้หลักฐาน ที่ท่านควรจะได้ ขอให้รออย่างใจเย็น มีสติ และจ้างวาน ให้มืออาชีพทำงาน นักสืบ

Tagged :

เจาะลึก อาชีพนักสืบ อาชีพที่กุมความลับมากมายเอาไว้

อย่างแรกก่อนที่เราจะไปลงลึกในรายละเอียด เรามาดูความหมายจริง ๆ ของ อาชีนักสืบ กันก่อนดีกว่า นักสืบ คือ บุคคลผู้ที่ทำหน้าที่คอยสืบหา และเก็บข้อมูลจากเรื่องราวต่าง ๆ โดยนักสืบมีสังกัดทั้งแบบเอกชนที่ต้องรับงานจากลูกค้าโดยตรง และ นักสืบ ที่ทำงานร่วมกับตำรวจ โดยนักสืบที่ต้องทำงานร่วมกับตำรวจนั้น จะต้องมีส่วนร่วมในการเป็นผู้ไขคดีฆาตกรรม และคดีปริศนาอื่น ๆ ด้วย ตัวนักสืบจะต้องประกบตัวคู่กับผู้ต้องสงสัยแบบลับ ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลตามต้องการ และนักสืบเองก็ต้องมีขอบเขตของการทำงาน นั้นก็คือนักสืบไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือจากการสืบเรื่องราวต่าง ๆ ได้ นักสืบไม่สามารถจับกุม หรือขอตรวจค้นหาสถานที่ต่าง ๆ แบบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงต้องทำการสืบแบบลับ ๆ แทน

ปัญหายอดฮิตในประเทศไทย ปัญหาแบบไหนที่ผู้คนต้องพึ่งพาอาชีพนักสืบ
โดยปัญหาแรก ซึ่งเป็นปัญหายอดฮิตในประเทศไทยที่ผู้คนมักจะจ้างนักสืบกันก็คือ ปัญหาชู้สาว เพราะหลายครั้งที่เกิดข้อสงสัยขึ้น แต่การจะสืบหาความจริงด้วยตัวเอง โดยไม่มีหลักฐานแบบนั้นผู้ที่กระทำผิดก็คงไม่ยอมรับ ดังนั้น การจ้างนักสืบเพื่อให้ไปหาหลักฐานการชู้สาว จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจำเป็น เพราะหลักฐานที่ได้มาจากคนทำงาน อาชีพนักสืบ นั้นสามารถนำไปใช้ประกอบการฟ้องหย่าในชั้นศาลได้ ปัญหาต่อมาที่พบบ่อยก็คือ การสืบในคดีความต่าง ๆ เนื่องจากหลายครั้งเมื่อมีคดีความเกิดขึ้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย หรือเหยื่อ เช่น ญาติ หรือคนในครอบครัว ก็ย่อมอยากที่จะรับรู้ถึงเรื่องราว และสาเหตุที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องจ้างนักสืบ เพื่อให้ไปสืบหารายละเอียด และสาเหตุที่แท้จริงว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไรกันแน่

อาชีนักสืบ  นักสืบ คือ บุคคลผู้ที่ทำหน้าที่คอยสืบหา
อาชีนักสืบ  นักสืบ คือ บุคคลผู้ที่ทำหน้าที่คอยสืบหา

อยากเป็นนักสืบ ต้องเรียนอะไร หรือทำอะไรถึงจะเป็นนักสืบได้

การจะเป็นนักสืบได้นั้น อย่างน้อยเราก็ควรจะเรียนอะไรที่เกี่ยวข้องมา โดยหลักสูตรที่เรียนเพื่อมาประกอบ อาชีพนักสืบ ได้ ก็มีด้วยกันหลายหลักสูตร โดยหลักสูตรแรกก็คือ คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพราะคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์ และใช้กระบวนการศึกษาโดยสังเกตจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และต้องเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหานั้น ๆ มาสืบ ต่อมาคือ คณะนิติศาสตร์ เพราะคณะนี้มีการเรียนการสอนเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ ที่ต้องใช้ควบคู่ไปกับการสืบคดีต่าง ๆ นั้นเอง และหลักสูตรสุดท้ายก็คือ คณะสหเวชศาสตร์ เนื่องจาก คณะนี้มีการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ใน การสืบสวน เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA การตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น สำหรับใครที่มีความฝันอยากเป็นนักสืบ จงรู้ไว้ว่า “ความลับ และความปลอดภัยของเราต้องมาก่อน”

งานนักสืบ มีอะไรบ้าง
งานนักสืบ มีอะไรบ้าง นักสืบคือนักสืบที่ทำงานนักสืบให้กับหน่วยงานท้องถิ่นรัฐและเขตอำนาจศาลอื่น ๆ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเริ่มการสอบสวนวิเคราะห์หลักฐานและติดตามโอกาสในการขาย นักสืบบางคนมีความเชี่ยวชาญในงานนักสืบประเภทต่าง ๆ เช่นอาชญากรรมรถยนต์การฟอกเงินและการโจรกรรมงานศิลปะ

นักสืบเอกชนเป็นผู้รับเหมาอิสระที่ทำงานให้กับ บริษัท เอกชนและประชาชน พวกเขามักจะตรวจตราผู้เรียกร้องค่าชดเชยสำหรับทนายความและ บริษัท ประกันภัย งานอื่น ๆ ที่นักสืบเอกชนทำนั้นกำลังตรวจสอบประวัติและตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องนอกใจสำหรับลูกค้า นักสืบบางคนทำงานเป็นส่วนหนึ่งของทีมรักษาความปลอดภัยสำหรับลูกค้าระดับสูงเช่นคนดังและเจ้าหน้าที่ของรัฐนักสืบที่ดีต้องมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ

นักสืบที่หายตัวไปทำงานกับสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ นักสืบประเภทนี้มองกรณีของผู้ใหญ่และเด็กหายไปจากทุกรัฐและเขตอำนาจศาล ผู้ตรวจสอบจะต้องตรวจสอบไฟล์เคสสัมภาษณ์สมาชิกในครอบครัวและเพื่อน ๆ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคนที่หายไป นักสืบที่ช่วยในคดีผู้สูญหายอาจทำงานในกรณีล่าสุดหรือกรณีเย็นที่มีอายุ 10 ถึง 20 ปี

หน่วยงานตำรวจท้องที่มักจ้างนักสืบยาเสพติดเพื่อทำงานนักสืบเกี่ยวกับการขายยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย นักสืบเหล่านี้ทำงานเกี่ยวกับปฏิบัติการสายลับและพบกับผู้ค้ายาที่ต้องสงสัยเพื่อยืนยันข้อเสนอยา บุคลากรยาเสพติดยังทบทวนคดีที่มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อดูว่ามีการเชื่อมต่อกับผู้ค้ายาเสพติดที่ถูกกล่าวหารายอื่นหรือไม่ ในกรณีของรัฐบาลกลางนักสืบยาเสพติดอาจต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเห็นระหว่างการซื้อยา บางสถานการณ์อาจกำหนดให้ผู้ตรวจสอบต้องทำการแทรกซึมกลุ่มคนที่สงสัยว่าค้ายาเสพติด

นักสืบอาชญากรรมที่มีความรุนแรงทำหน้าที่นักสืบกับหน่วยงานของรัฐและรัฐบาลกลางเช่นเดียวกับแผนกอื่น ๆ ในเขตอำนาจศาล อาชญากรรมที่โหดร้ายที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ทำการสอบสวนคือคดีฆาตกรรมการทำร้ายร่างกายและแบตเตอรี่และการข่มขืนทางเพศ นักสืบส่วนใหญ่ที่ดูแลคดีเหล่านี้พูดคุยกับเหยื่อหรือพยานร้องขอเวชระเบียนจากโรงพยาบาลและรวบรวมหลักฐานจากที่เกิดเหตุ การบ้านยังรวมถึงการค้นหาฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์และทำการทดสอบการวิเคราะห์ด้วยเสียง

นักสืบบางคนประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง เช่น Francois Vidocq Francois Vidocq เป็นนักสืบที่จัดตั้งกรมตำรวจแห่งแรกในฝรั่งเศส นักสืบชาวสก็อตอเมริกันคนหนึ่งชื่ออัลลันพินเคอร์ตันเริ่มมีชื่อเสียงในการสร้างสำนักงานนักสืบพินเคอร์ตันซึ่งเป็นสำนักงานนักสืบเอกชนแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา เรื่องราวเกี่ยวกับเชอร์ล็อคโฮล์มส์นักสืบต้นแบบสวมโดยนักเขียนชาวอังกฤษเซอร์อาร์เธอร์โคนันดอยล์มียอดขายหลายล้านเล่ม

สืบอย่างไรให้เปิดความลับ งานนักสืบ มีอะไรบ้าง

องค์กรสืบส่วนแต่ละคนก็มีกระบวนการสืบที่แตกต่างกันออกไป แต่ในระดับสากลแล้วมันก็ไม่ได้มีความแตกต่างมากเท่าไหร่นัก องค์กรเหล่านี้มักจะมีวิธีการที่คล้ายคลึงกันความสำเร็จขึ้นอยู่กับฝีมือ และจรรยาบรรณของแต่ในองค์กร พวกเขามักถูกจ้างให้สืบสวนความลับทุจริตของบริษัท, ผู้บริหาร, นักธุรกิจ รวมถึงรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหาต่างๆ อย่างเช่นงานสืบคดีค้ายาว่านายคนนี้ได้ครอบครอง และนำไปขายให้ผู้อื่นหรือไม่ ต่อไปนี้คือ 2 วิธีหลักในการสืบขององค์กรทั่วไปที่ใช้ในระดับสากล

1.ตั้งทีมติดตาม

งานหลักขององค์กรสืบสวน ที่มักจะทำกันเพื่อตามสืบผู้ต้องหาโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน การติดตามเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเพื่อรวบรวมหลักฐาน เพราะถ้าให้นั่งอยู่เฉยๆ หลักฐานมันคงจะไม่ลอยมาเอง โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่มีประวัติขาวสะอาดจนน่าสงสัย สิ่งที่พวกองค์กรจะทำเพิ่มความมั่นใจว่าเขาขาวสะอาดจริงคือติดตามผู้ต้องหาคนนี้ ถ้าเกิดว่าเขาทำอะไรที่ผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็จะบึนทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน อุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ส่วนใหญ่คือ กล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง สมุดบันทึก

งานติดตามเป็นอะไรที่อันตรายมากเพราะมีโอกาสที่จะถูกจับได้ ลองคิดดูว่าตามผู้ต้องหาค้ายาเสพติดแล้วโดนฝ่ายตรงข้ามจับได้คงจะจบไม่สวยแน่ ดังนั้นคนที่จะทำงานตามสืบได้ต้องเป็นคนที่มีทักษะหลายด้าน โดยเฉพาะความไหวตัวทันก่อนที่จะถูกจับตัว ส่วนใหญ่แล้วงานอันตรายแบบนี้มักจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตำรวจ สำหรับเอกชนมักจะได้งานตามสอบทุจริตและเรื่องชู้สาวมากกว่า

2.แทรกซึมเข้ากลุ่มของเป้าหมาย

ไม่มีใครรู้อะไรดีเท่ากับคนวงใน การเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของเป้าหมายช่วยให้เรามีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและหลักฐานมากที่สุด และยังเป็นวิธีที่อันตรายกว่าสุดอีกด้วย วิธีนี้เรามักจะเห็นใช้กันในสายตำรวจที่มีการส่งตำรวจไปอยู่ในกลุ่มค้ายาบ้า เมื่อถึงวันซื้อขายกันข้อมูลการนัดพบก็จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งกำลังมาจับกุมในที่สุด แผนแทรกซึมมีประสิทธิภาพสูงกว่าแผนอื่นๆช่วยให้เรารู้ความลับในอดีตและอนาคตของเป้าหมาย แต่เป็นแผนที่ต้องค่อยเป็นค่อยไปใช้เวลานาน 1 เดือน จนถึง 1 ปี

โดยเฉพาะหน่วยงานสืบของเอกชนหรือนักสืบอิสระที่จะเข้าไปสืบความลับบริษัทหนึ่ง จะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้เข้าถึงตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงความลับที่ต้องการได้ งานพวกนี้มีความอันตรายมาก บางงานอันตรายถึงชีวิต ถ้าเกิดไปสืบในเรื่องความลับทางการค้าให้กับบริษัทฝ่ายตรงข้าม ถ้าถูกจับได้อาจโดนดำเนินคดีทางอาญาอีกด้วยในข้อหาเปิดเผยความลับทางการค้า ถูกจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกินพันบาท

สอบสวนแบบฉบับ FBI
คือ การแสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งหาหลักฐานต่างๆ มายืนยันต่อข้อเท็จจริงนั้น เพื่อรักษาความสงบสุขเรียบร้อยของประชาชน เพื่อที่จะได้ทราบถึงรายละเอียดต่างๆ การสืบสวน คือ ขั้นตอนเสาะหาผู้ต้องสงสัย หากแต่ยังไม่รู้ตัวอย่างแน่ชัด

การสอบสวน

คือ การรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งขั้นตอนดำเนินการในทางอื่นใด ที่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้ โดยขั้นตอนนี้  private detective bangkok คือ ได้ตัวผู้ต้องสงสัยมาแล้ว ถึงเวลารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิด

การสืบสวน – สอบสวนของ FBI

‘FBI’ ย่อมาจาก ‘Federal Bureau of In vestigation’ ซึ่งเป็นหน่วยสืบสวนสอบสวน คดีอาญาแห่งกระทรวงยุติธรรมประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1908 โดยมีชื่อต้นในการก่อตั้ง คือ ‘Bureau of Investigation’ ต่อมาในปี ค.ศ. 1924 ได้มีการปรับปรุงสภาพความพร้อมของหน่วยงานขึ้นใหม่ อีกทั้งยังมีการกำหนดนโยบายของหน่วยงานที่มีความชัดเจนมากขึ้น ต่อมาในปี ค.ศ. 1935 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Federal Bureau of In vestigation’ ซึ่งก็คือซื่อเดียวกันกับ ณ ปัจจุบัน

‘FBI’ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุง Washington, D.C. นอกจากนี้ยังมีการตั้งสำนักงานย่อยอีกหลายสาขา อยู่ตามเมืองยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอีก 58 แห่ง

หน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ ‘FBI’ ก็คือ การสอบสวน – สืบสวนคดีของรัฐบาล เช่น การละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลาง , การก่อเหตุร้ายวินาศกรรม , ก่อการร้าย , การลักพาตัวประธานาธิบดี เป็นต้น

ทำการสอบสวนอย่างไร ?

‘FBI’ มีหน่วยรวบรวมรูปพรรณบุคคล และมีระบบรายงานอาชญากรรม โดยมุ่งเน้นนำหลักทางวิทยาศาสตร์ มาใช้สืบสวน – สอบสวน รวมทั้งการหาพยานหลักฐาน อีกทั้งยังมีห้องปฏิบัติการทางด้านเคมี เพื่อเป็นกระบวนการหนึ่งที่ใช้พิสูจน์หลักฐานประกอบการสืบสวนอีกด้วย

ขอบเขตการทำงานของ ‘FBI’ ได้ขยายเพิ่มมากขึ้นตามความก้าวหน้าอันไร้ขีดจำกัด เนื่องจาก เมื่อผู้ก่อการร้ายยกระดับหันมาใช้วิธีการใหม่ในการก่อเหตุการณ์ร้าย ทำให้ทาง FBI ต้องพัฒนาให้ทันเช่นเดียวกัน จึงนับว่า ‘FBI’ เป็นองค์กรที่มีการพัฒนาอย่างตลอดเวลา เพื่อความรักษาความสงบสุขของประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘FBI’
ผู้สมัครจะต้องมีอายุ 23 – 37 ปี และต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกาย – ใจ , สติปัญญา อย่างเข้มงวด และจะถูกตัดสิทธิ์ทันทีถ้ามีประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในช่วง 3 ปีระหว่างสมัคร
FBI กับ CIA ไม่เคยร่วมงานกันได้อย่างลงตัวเลยสักครั้ง
FBI เคยทุ่มเทให้กับการศึกษา ในเรื่องของการรับรู้ทางประสาทสัมผัสพิเศษ หรือ ESP เพื่อยกระดับการสอดแนม
ถ้าคุณโกหก พวกเขาจะสามารถจับได้ทันทียกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นผู้ผ่านการฝึกหลักสูตร FBI ด้วยกัน
คดีรองเท้าแตะ ‘The Wizard of Oz’ ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ ‘Judy Garland ’ ในปี 2005 และ FBI ต้องใช้เวลาถึง 10 กว่าจะตามหาเจอสํานักงานนักสืบ

นักสืบต้องรู้
งานนักสืบก็เหมือนกับงานอื่นทั่วไป มันแยกย่อยไปอีกหลายงานตามหัวข้องาน แต่ละงานบอกเลยว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด งานนักสืบถือว่ามีความเสี่ยงในอาชีพไม่น้อยเลย นักสืบบางคนอาจจะมีความสามารถเฉพาะทางในการสืบ รวมถึงคอนเนกชั่นของเขาด้วย แต่บางคนก็สามารถสืบได้หลายฟิลด์ หลายหัวข้อตามสั่ง หัวข้องานของนักสืบในไทยเขาต้องทำงานอะไรกัน

สืบพฤติกรรมคนในครอบครัว
หัวข้อมาแรงสุด สร้างงานได้มากสุด และรายได้มากสุดของนักสืบเอกชนในไทยก็คือ หัวข้อการสืบพฤติกรรมของคนในครอบครัว โดยเฉพาะคู่สามีภรรยา ที่ต้องการจะสืบว่าอีกฝ่ายมีชู้ มีกิ๊ก ซ่อนอยู่หรือไม่ เรื่องนี้นอกจากอารมณ์ ความรัก ความหึงหวง มันยังเกี่ยวพันกับการฟ้องร้อง ฟ้องหย่ากับอีกฝ่ายด้วย หากใครมีหลักฐานมัดอีกฝ่ายว่ามีการคบซ้อน คบชู้ก็จะสามารถเรียกร้องข้อต่อรองได้มากกว่าในศาล ไม่ว่าจะเป็นค่าเลี้ยงดู ค่าทนาย สิทธิ์ในการดูแลบุตร ฯลฯ นั่นทำให้งานสืบหัวข้อนี้มีเยอะมาก ทำกันไม่หวาดไม่ไหว

สืบความลับทางธุรกิจ
การทำธุรกิจใครมองว่าจะมีแต่สีขาวอย่างเดียว แสดงว่ามองโลกสวยเกินไปสักหน่อย โลกของธุรกิจนั้นต้องใช้วลีว่า “การศึกไม่หน่ายกลยุทธ์” จึงไม่แปลกที่จะมีการจ้างนักสืบมาเพื่อค้นหาความลับทางธุรกิจของฝ่ายตรงข้าม หรือบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องของการสืบที่ไปที่มาของคู่ค้าว่าไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน(แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เชื่อเหอะว่ามีจริง) เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะโดนหลอกได้

ตามหาคนหาย
คนหายเป็นอาชญากรรมรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยมากในสังคมไทยเรา ยิ่งกรณีของเด็กยิ่งเยอะมากทั้งการล่อลวงไปเพื่อนำไปขายอวัยวะ หรือนำไปค้าประเวณี ค้ามนุษย์ การจะไปตามหาเองดูจะยิ่งมืดมนเกินไป หวังพึ่งทางการก็อาจจะยากหน่อยตำรวจท่านก็มีงานล้นมือ การใช้บริการนักสืบที่เขามีเครือข่ายมากกว่าอาจจะตามหาได้ในเร็ววัน ยิ่งหายแล้วแจ้งเร็วก็มีโอกาสมากขึ้น

ติดตามลูกหนี้
การไม่มีหนี้เป็นเรื่องอันประเสริฐอันนี้จริงทีเดียว แม้เราจะมีลูกหนี้แต่การตามหนี้นั้นไม่ง่ายเลย บางคนหนีหนี้ไปจนตามหาไม่เจอ ครั้นจะไปตามบ้านญาติเขาก็คงนกรู้บินหนีไปอีก หากมูลหนี้เยอะมากการติดตามหนี้ด้วยการฝากให้นักสืบตามหาให้จะดีกว่า เขามีวิธีการตามหาลูกหนี้ที่เราคาดไม่ถึงรับรองว่าถ้าลูกหนี้ไม่หนีไปออกนอกประเทศบอกเลยว่าเขาหาเจอแน่นอน นี่แหละหัวข้องานของนักสืบเอกชนไทยยุคนี้

Tagged :

นักสืบมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ลักษณะของนักสืบควรเป็นอย่างไร? และวิธีสืบชู้สาว

นักสืบ มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ลักษณะของ นักสืบ ควรเป็นอย่างไร ? และวิธีสืบชู้สาว สืบอย่างไรให้ไม่รู้ตัว หาหลักฐาน เพื่อมาพิสูจน์ความจริง โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. มีความอดทนสูง ส่วนมากนักสืบต้องเป็นกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก เนื่องจากลักษณะงานเน้นไปที่การเฝ้าติดตามพฤติกรรมรายบุคคลเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนและปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไขมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาบุคลากรที่เหมาะสมกับงานประเภทนี้ เพราะพวกเขาต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการตนเองที่ดี เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ อาทิ สามารถอยู่ในพื้นที่จำกัดได้เป็นระยะเวลานาน รายงานสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง และเฝ้ามองเป้าหมายอย่างไม่คลาดสายตา เป็นต้น

2. เป็นคนช่างสังเกต ควรมีคุณสมบัติที่ดีของผู้ประกอบอาชีพนักสืบ คือมีบุคลิกช่างสังเกต เก็บรายละเอียดของเป้าหมายหรือวัตถุพยานต่างๆได้อย่างครบถ้วน รวมถึงมีไหวพริบสามารถพลิกแพลงสถานการณ์เพื่อสืบค้นข้อมูลหลักฐานได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย เพราะบางครั้งโอกาสในการเข้าถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง

3. ทำงานเป็นทีมได้ดี หลายคนอาจคุ้นเคยกับบทบาทของนักสืบในภาพยนตร์ หรือการ์ตูน ที่มีพระเอกบินเดี่ยวเก็บเกี่ยวข้อมูลหลักฐานได้อย่างเหนือชั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการสืบหาข้อมูลหลักฐานในแต่ละเรื่อง ต้องอาศัยทีมงานเครือข่าย และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอยให้คำแนะนำตลอดเวลา เพื่อลดผลกระทบที่จะตามมาในภายภาคหน้านั่นเอง ดังนั้นนักสืบมืออาชีพจะต้องมีทัศนคติที่ดี สามารถรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนสามารถเข้าใจจุดประสงค์ของผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สืบเนื่องจากปัจจัยข้อนี้อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของทีมงานมืออาชีพมีอัตราสูงกว่าท้องตลาดสักเล็กน้อย แต่หากเรามองในแง่ของคุณภาพการทำงานและความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่ได้รับแล้วยังถือว่าคุ้มค่า เกินราคา และประหยัดเวลาอันมีค่าของท่านได้มากมาย นักสืบ ราคา ถูก

4. เก็บความลับเก่ง จรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดสำหรับวิชาชีพนักสืบ คือการเก็บรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง เพราะบางเรื่องมีความละเอียดอ่อนที่ไม่สามารถเปิดเผยให้กับสาธารณะชนรับรู้ได้ ดังนั้นการทำงานของนักสืบส่วนใหญ่จะต้อง กระชับ ฉับไว ไม่ยืดเยื้อ เมื่องานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น ก็จะไม่ติดต่อหรือกระทำการใดอันเป็นการรบกวนผู้ว่าจ้างด้วยประการทั้งปวง

5. มีความระมัดระวัง ความปลอดภัยคือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ เพราะงานนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย และอาจจะขัดต่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้นการเฝ้าติดตามหรือเสาะหาพยานหลักฐานต้องใช้ความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก อาทิ การเฝ้าติดตามต้องมีการทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรเพื่อไม่เป็นที่สังเกตและเสี่ยงต่อการถูกจับได้ หรือหากตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง สามารถติดต่อทีมงาน หรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยได้ทันท่วงที ตลอดจนสามารถเตรียมแผนป้องกันและหาทางหนีทีไล่ในกรณีฉุกเฉิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ลักษณะของ นักสืบ ควรเป็นอย่างไร?

      • ต้องเข้าใจเนื้องานที่จะสืบ
      • งานสืบสวนเหมาะสำหรับคนที่ไหวพริบทางปัญญาสูง ๆ
      • ที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว
      • เหตุเกิดเฉพาะหน้าสามารถแก้ได้เลย
      • มีความอดทน
      • ทำงานไม่เป็นเวลา เตรียมพร้อมตลอด
      • สุขภาพดี แข็งแรง
      • มีความละเอียดอ่อน
      • เป็นคนช่างสังเกตุ
      • การรักษาความลับของลูกค้า
      • นักสืบจะมีข้อเท็จมาก เรื่องสำคัญส่วนตัวของลูกค้าต้องรักษาให้ได้
      • ไม่แพร่งพรายหรือเล่าให้ญาติพี่น้องรับทราบ
      • นักสืบต้องมีความคล่องตัวสูง
      • ติดตามสืบพฤติกรรมต้องไม่ให้รู้ว่าเรากำลังสืบอยู่ต้องมีประการณ์
      • วิธีการติดตามต้องรู้วิธี นักสืบต้องมีความรู้ทั่วไปต้องรู้เป็นอย่างดี
      • เป็นงานที่เกี่ยวกับการปลอมตัวต้องปลอมให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อม
      • รู้เกี่ยวกับรายละเอียดบุคคล
      • บงานสืบต้องสอบให้ละเอียดทำงานต้องทำให้ตรงกับผู้ว่าจ้าง

เทคนิคสืบชู้สาวเรื่องง่าย ๆ

หลายๆคนอาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า สามีหรือภรรยาของเรา ยังซื่อสัตย์กับเราอยู่มั้ย แอบคบซ้อนกับใครอยู่หรือเปล่า แล้วอะไรจะเป็นตัวชี้วัดว่า สิ่งที่เราคิด หรือที่กำลังสงสัยอยู่ มันคือเรื่องจริง ไม่ได้เกิดจากความระแวง หรือเกิดจากความวิตกกังวลของเราเอง วิธีที่จะใช้พิสูจน์เรื่องนี้ก็คือ การสังเกตความเปลี่ยนแปลง ทางพฤติกรรมของคู่สมรสของเรานั่นเอง พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จะเป็นตัวบอกถึงความผิดปกติได้เป็นอย่างดี อย่างแรกที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากก็คือ เรื่องของคำพูดกับการกระทำ มันสวนทางกันหรือไม่ สิ่งที่เขาพูดมันคือเรื่องจริงหรือไม่ เพราะถ้าเขาพูดโกหก วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะต้องการปกปิดความจริงอะไรบางอย่างเอาไว้ โดยที่ไม่ต้องการให้เรารู้ ซึ่งมันมักจะมีเรื่องที่ไม่ดีซ่อนอยู่อีกมากมาย และยังมีพฤติกรรมอะไรอีกบ้าง ที่เราสามารถใช้ ใช้เป็นข้อสังเกตในเรื่องสืบชู้สาว

นักสืบ กับ เรื่องชู้สาว
นักสืบ กับ เรื่องชู้สาว

ให้ความสนใจหรือขาดการดูแลเอาใจใส่กับตัวเราน้อยลงกว่าเดิม
พูดคุยอะไรด้วยก็มักจะพาลหาเรื่องชวนทะเลาะเกือบทุกครั้ง
ใช้จ่ายเงินทองฟุมเฟือยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
หันมาใส่ใจดูแลเรื่องการแต่งตัวอย่างที่ไม่เคยเป็น
โทรศัพท์มักจะปิดเสียงเรียกเข้า หรือเลี่ยงที่จะรับสายบางสาย เวลามีคนโทรเข้ามา และมักจะตั้งรหัสลับส่วนตัวเพื่อล็อคโทรศัพท์
กลับบ้านไม่ตรงเวลา มักจะผิดเวลามากกว่าแต่ก่อน 1-2 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น
วันหยุดพักผ่อนมักไม่ค่อยจะอยู่บ้าน หาเหตุผลต่างๆนานาที่ออกไปข้างนอก
ไม่ค่อยกลับบ้าน อ้างว่าต้องประชุม สัมมนา หรือดูงาน ฯลฯ
พฤติกรรมบางอย่างที่กล่าวมา เป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติและมักจะพบเห็นได้

บ่อย สำหรับคนที่กำลังแอบชอบใครอยู่ เราสามารถสังเกตและประเมินเบื้องต้นได้ว่า คู่สมรสของเรา มีพฤติกรรมที่ส่อไปในเชิงชู้สาวแบบนี้หรือไม่ ถ้าใช่ สิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือ การหาหลักฐาน เพื่อมาพิสูจน์ความจริง แต่ในขั้นตอนนี้ไม่ขอแนะนำให้ทำด้วยตัวเอง เพราะงานแบบนี้จำเป็นต้องใช้คนที่มีประสบการณ์ และเครื่องมือเฉพาะทางจึงจะทำงานแบบนี้ได้สำเร็จ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ นักสืบเอกชน หรือ นักสืบมืออาชีพ เท่านั้น เพราะโอกาสในการหาหลักฐาน ที่ใช้ในงานสืบชู้สาวนั้น อาจจะมีโอกาสแค่เพียงครั้งเดียว เพราะถ้าคุณลงมือทำด้วยตัวเอง แล้วเกิดทำงานพลาดจนเขารู้ตัว เขาก็จะระมัดระวังตัวเอง มากกว่าเดิม การทำงานก็จะยากขึ้นไปอีก จึงขอแนะนำให้ใช้บริการจาก สำนักงานนักสืบ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

เทคนิคอย่างไรให้รู้ความลับ

1.ตั้งทีมติดตาม งานหลักขององค์กรสืบสวน ที่มักจะทำกันเพื่อตามสืบผู้ต้องหาโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน การติดตามเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเพื่อรวบรวมหลักฐาน เพราะถ้าให้นั่งอยู่เฉยๆ หลักฐานมันคงจะไม่ลอยมาเอง โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่มีประวัติขาวสะอาดจนน่าสงสัย สิ่งที่พวกองค์กรจะทำเพิ่มความมั่นใจว่าเขาขาวสะอาดจริงคือติดตามผู้ต้องหาคนนี้ ถ้าเกิดว่าเขาทำอะไรที่ผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็จะบึนทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน อุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ส่วนใหญ่คือ กล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง สมุดบันทึก

งานติดตามเป็นอะไรที่อันตรายมากเพราะมีโอกาสที่จะถูกจับได้ ลองคิดดูว่าตามผู้ต้องหาค้ายาเสพติดแล้วโดนฝ่ายตรงข้ามจับได้คงจะจบไม่สวยแน่ ดังนั้นคนที่จะทำงานตามสืบได้ต้องเป็นคนที่มีทักษะหลายด้าน  private investigator thailand โดยเฉพาะความไหวตัวทันก่อนที่จะถูกจับตัว ส่วนใหญ่แล้วงานอันตรายแบบนี้มักจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตำรวจ สำหรับเอกชนมักจะได้งานตามสอบทุจริตและเรื่องชู้สาวมากกว่า

2.แทรกซึมเข้ากลุ่มของเป้าหมาย ไม่มีใครรู้อะไรดีเท่ากับคนวงใน การเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของเป้าหมายช่วยให้เรามีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและหลักฐานมากที่สุด และยังเป็นวิธีที่อันตรายกว่าสุดอีกด้วย วิธีนี้เรามักจะเห็นใช้กันในสายตำรวจที่มีการส่งตำรวจไปอยู่ในกลุ่มค้ายาบ้า เมื่อถึงวันซื้อขายกันข้อมูลการนัดพบก็จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งกำลังมาจับกุมในที่สุด แผนแทรกซึมมีประสิทธิภาพสูงกว่าแผนอื่นๆช่วยให้เรารู้ความลับในอดีตและอนาคตของเป้าหมาย แต่เป็นแผนที่ต้องค่อยเป็นค่อยไปใช้เวลานาน 1 เดือน จนถึง 1 ปี

โดยเฉพาะหน่วยงานสืบของเอกชนหรือ นักสืบ อิสระที่จะเข้าไปสืบความลับบริษัทหนึ่ง จะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้เข้าถึงตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงความลับที่ต้องการได้ งานพวกนี้มีความอันตรายมาก บางงานอันตรายถึงชีวิต ถ้าเกิดไปสืบในเรื่องความลับทางการค้าให้กับบริษัทฝ่ายตรงข้าม ถ้าถูกจับได้อาจโดนดำเนินคดีทางอาญาอีกด้วยในข้อหาเปิดเผยความลับทางการค้า ถูกจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกินพันบาท

การฟ้องเรียกค่าสินไหม ทดแทน จากชายชู้ หรือหญิงชู้ เป็น คดีความแพ่ง มีกฎหมายบัญญัติ รองรับไว้ กรณีที่ใครก็ตามที่เป็นชาย และหญิง ไปเป็นชู้กับสามี หรือ ภรรยาผู้อื่นซึ่งสามี หรือ ภรรยาที่จะเอาผิดกับชายชู้

หลักฐานที่ชัดเจนว่าเป็นชู้กัน คือ

อีกสิ่งหนึ่ง สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า หลักฐานที่กล่าว ข้างต้นเลย คือ ชื่อ และ นามสกุล ของชายชู้ หรือหญิงชู้ เพราะ ถ้าไม่รู้ชื่อ – นามสกุล อีกฝ่าย ก็ฟ้องไม่ได้ ต่อให้มีหลักฐาน ที่ชัดเจนมากก็ตาม

ดังนั้น หากมีการจ้างนักสืบเอกชนเพื่อหาหลักฐานแล้ว อย่าลืมจ้างสืบหาชื่อ-สกุลของชายชู้ หรือหญิงชู้ด้วยนะครับ

หลักฐานมีอายุความ 1 ปี นับตั้งแต่ที่ทราบ

อายุความ 1 ปี นับจากแต่มีหลักฐาน รู้ชัดว่าสามี หรือ ภรรยามีชู้ ต้องทำการ ฟ้อง ภายใน 1 ปี

อีกหนึ่งความรู้ ที่ขาดไม่ได้ คือ อายุความของคดี ที่จะฟ้องเรียก ค่าสินไหมทดแทน จาก ชายชู้ หรือหญิงชู้ คือ 1 ปี  เช่นเดียวกับการฟ้องหย่า กรณีมีชู้ด้วย เช่นกันกล่าวคือ

ถ้ารู้แล้วว่าสามี หรือ ภรรยาตัวเอง ไปมีชู้ กับ ชายอื่น หรือ หญิงอื่น ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่ที่รู้ หรือ มีหลักฐาน

ถ้าปล่อยปละละเลยเกิน 1 ปี จะถือว่า ไม่ติดใจในการ ที่จะดำเนินคดี หากเป็นการจ้าง นักสืบหาหลักฐาน หลักฐานทุกอย่าง จะมีเวลา วัน/เดือน/ปี ที่บันทึกภาพ  หรือค ลิป ดังนั้น จึงควรไตร่ตรอง ให้ดี

ซึ่งในปัจจุบัน คดีชู้สาว รูปแบบนี้ ใช้เวลาไม่นาน ใช้เวลาไม่เกิน 3-5 เดือนตั้งแต่ ขั้นตอนการฟ้อง ให้จำเลยยื่นคำให้การ เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หากตกลงไม่ได้ ก็เข้าสู่กระบวนการ พิจารณาต่อไป

Tagged :

หากท่านต้องการทราบความจริง “เราจะให้ความจริง และความจริงเท่านั้น” ตรวจสอบประวัติบุคคล

นักสืบ

บริการ ตรวจสอบประวัติบุคคลอย่างละเอียด ข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภท ท่านจะรู้สึกปลอดภัย และมั่นใจมากขึ้นหากท่านได้รู้รายละเอียดของใครบางคนที่จะมาเป็นคนสำคัญในชีวิต หรือหุ้นส่วนทางธุระกิจของท่าน

สืบประวัติบุคคล ตรวจสอบประวัติบุคคล

  • ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน (รหัสประจำตัว, วันเกิด, อายุ, ที่อยู่(ตามบัตร), กรุ๊ปเลือด)
  • ตรวจสอบชื่อบุคคลในทะเบียนบ้านเดียวกัน
  • ตรวจสอบชื่อ – นามสกุล บิดามารดา
  • ตรวจสอบการเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล
  • ตรวจสอบการย้ายที่อยู่ ตามเอกสารทะเบียนราษฎร์
  • ตรวจสอบทะเบียนสมรส ประวัติการสมรส  ประวัติการหย่า (กรณีที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย)
  • ตรวจสอบประกันสังคม
  • ตรวจสอบการศึกษา
  • ตรวจสอบประวัติการทำงาน
  • ตรวจสอบบันทึกคดีอาญา ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการถูกดำเนินคดีอาญา หรือบุคคลติดแบล็คลิสต์
  • ตรวจสอบข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ทั้ง ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์
  • ตรวจสอบชื่อผู้ประกอบกิจการจากทะเบียนรถบรรทุก หรือรถขนาดใหญ่
  • ตรวจสอบหมายเลขผู้เสียภาษี (กรณีมีการยื่นเสียภาษีเงินได้)
  • ตรวจสอบชื่อบริษัทที่ทำงานจาก ชื่อ-สกุล หรือหมายเลขผู้เสียภาษี (กรณีมีการยื่นเสียภาษีเงินได้)
  • ตรวจสอบรายได้ทั้งปี จากเอกสารการยื่นภาษี (กรณีมีการยื่นเสียภาษีเงินได้)

สืบประวัติบุคคลด้านการเงิน

  • ตรวจสอบ เครดิตบูโร (Credit Bureau) จากชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชน
  • ตรวจสอบการเคลื่อนไหวทางด้านการเงิน (STATEMENT) ย้อนหลัง ทุกธนาคารที่มีในประเทศไทย
  • ตรวจสอบข้อมูลการใช้ บัตรเครดิต หรือการใช้บัตร เอ.ที.เอ็ม. (ATM)
  • ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคาร

สืบประวัติบุคคลด้านทรัพย์สิน

  • ตรวจสอบทรัพย์สินในครอบครอง (ที่ดิน-บ้าน-คอนโดฯ) จากชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรฯ
  • ตรวจสอบผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครอง จากหมายเลขทะเบียนรถยนต์–จักรยานยนต์
  • ตรวจสอบหายานพาหนะในครอบครอง หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ จากชื่อ–นามสกุล หรือเลขบัตรฯ
  • ตรวจสอบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ ในกรณีลูกหนี้มีการถ่ายโอนทรัพย์สินให้กับผู้อื่น

สืบประวัติบุคคลด้านการเดินทาง

  • ตรวจสอบหนังสือเดินทาง (Passport) จากชื่อ-นามสกุล/เลขบัตรฯ (ทั้งคนไทย และต่างชาติ)
  • ตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า–ออกประเทศไทย สายการบิน และเที่ยวบิน พร้อมสถานที่ต้นทางและปลายทาง (ทั้งคนไทย และต่างชาติ)
  • ตรวจสอบหาที่พักของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
  • ตรวจสอบข้อมูลรายชื่อของชาวต่างชาติที่ถูกขึ้นบัญชีห้ามไม่ให้เดินทางเข้าประเทศไทย (Blacklist)
  • ตรวจสอบภาพถ่ายผ่าน ตม. (สนามบิน) (ทั้งคนไทย และต่างชาติ)
Tagged : /