Moana เจ้าหญิงดิสนีย์ คนที่ 12 จาก Walt Disney Animation Studios


Moana 3,000 ปีที่แล้ว เหล่า นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ ของโลก ได้เดินทางข้ามหมาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ กับการค้นพบหมู่เกาะแห่งโอเชียเนียมากมาย แต่อีก 1,000ปีให้หลัง การเดินทางของพวกเขาก็ยุติลง และไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร “Moana โมอาน่า – ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดตระการตาเกี่ยวกับการผจญภัยของหญิงสาววัยรุ่นเชื้อสายฮาวาย วัย 16 ปี ผู้เดินเรือออกไปสู่ภารกิจอันท้าทายเพื่อปกป้องผู้คนของเธอ ระหว่างการเดินทาง โมอาน่าได้พบกับมนุษย์ครึ่งเทพแห่งสายลมและท้องทะเล ดูหนังออนไลน์ฟรี วีรบุรุษแห่งมวลมนุษย์ ผู้คอยให้คำแนะนำเธอในภารกิจของเธอเพื่อการเป็นเจ้าแห่งการเดินเรือ พวกเขาเดินเรือข้ามมหาสมุทรไปด้วยกันในการผจญภัยแอ็คชั่นสุดตื่นเต้น ที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ประหลาดและเรื่องน่าเหลือเชื่อต่างๆ ระหว่างเส้นทางการผจญภัยนั้นโมอาน่าได้บรรลุภารกิจอันเก่าแก่ของบรรพบุรุษของเธอและได้ค้นพบสิ่งหนึ่งที่เธอค้นหามาตลอด

ถึงแม้จะมีภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นหลายเรื่องจาก Walt Disney Animation Studiosจะมีตัวละครหลักเป็นผู้หญิง แต่ก็ใช่ว่าตัวละครผู้หญิงทุกตัวจะเป็น เจ้าหญิงดิสนีย์

Walt Disney Animation Studios เริ่มต้นทำภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวตั้งแต่ปี 1937 โดยเริ่มจากการรวบรวมการ์ตูนสั้นที่สตูดิโอของตนเองเป็นคนทำเอามาไว้ด้วยกัน แล้วนำมาฉายในงานประกาศรางวัลออสการ์ในปีนั้น ก่อนที่จะเริ่มต้นการ์ตูนเรื่องยาวอย่างเป็นทางการเป็นเรื่องแรกในปีเดียวกันนั่นก็คือ Snow White and the Seven Dwarfs หลังจากนั้นทาง Walt Disney Animation Studios ก็ได้ผลิตภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องยาวออกมาเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2 ปีต่อ 1 เรื่อง รวมแล้วทั้งสิ้น 56 เรื่อง เมื่อมาถึงปี 2016 ซึ่งเรื่องล่าสุดก็คือเรื่อง Moanaนั่นเอง

แม้ว่า Walt Disney Animation Studios จะผลิตภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นออกมามากมาย แล้วก็มีหลายเรื่องที่มีตัวละครหลักเป็นผู้หญิง แต่ก็ใช่ว่าตัวละครผู้หญิงทุกตัวจะเป็น เจ้าหญิงดิสนีย์ จริงๆ การที่ตัวละครนั้นๆ จะเป็น “เจ้าหญิงดิสนีย์” ได้นั้น จะต้องเกิดมาในราชวงศ์โดยตรง เช่น Snow White,  Aurora, Jasmine, Rapunzel, Merida และ Pocahontas (ลูกสาวหัวหน้าเผ่า) หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องแต่งงานกับเจ้าชาย อย่างเช่น Cinderella, Belle และ Tiana ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่ 1 คน นั่นก็คือ Mulan ที่แม้ว่าจะไม่ใช่เจ้าหญิงที่เกิดในราชวงศ์หรือแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ใดๆ นั้น แต่ Mulan ก็ได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์จากองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “เจ้าหญิงดิสนีย์” กับเขาด้วยเหมือนกัน

คราวนี้เมื่อมาถึง Moanaตัวละครหลักที่เป็นผู้หญิงในภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของ Walt Disney ที่มีศักดิ์เป็นลูกสาวหัวหน้าชนเผ่าแห่ง “โมโทนุย” ซึ่งเป็นหนึ่งในชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคโพลีนีเซีย ภายในเขตโอเชียเนีย ที่เป็นกลุ่มหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งได้แก่ประเทศ นิวซีแลนด์ ซามัว ตองงา ตูวาลู และหมู่เกาะฮาวาย กับพวกหมู่เกาะทั้งหลายในแถบนั้นที่มีการถือกรรมสิทธิ์ครอบครองโดยหลากหลายประเทศ ซึ่งก็ถือว่าแปลกมากที่ทาง Walt Disney ได้หยิบเรื่องราวจากหมู่เกาะแถบนี้มาเป็นเรื่องเล่า เพราะว่าก่อนหน้านี้ Walt Disney เองก็เคยใช้หมู่เกาะฮาวาย ในการเล่าเรื่องของ Lilo & Stitch มาแล้ว แต่ว่าเรื่องราวของ Moanaนี้ ช่างแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

Moana เป็น เจ้าหญิงดิสนีย์ คนที่ 12 อย่างเป็นทางการ แล้วยังเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ที่มีเชื้อชาติเป็นโพลีนีเซียนเป็นคนแรกอีกด้วย จากผลงานการกำกับและเขียนบทของ Ron Clements และ John Musker ที่เคยกำกับภาพยนตร์อนิเมชั่นที่มีเจ้าหญิงดิสนีย์อยู่ในนั้นมาแล้วถึง 3 เรื่องอย่าง The Little Mermaid , Aladdin และ The Princess and the frog แต่มาในครั้งนี้ พวกเขาทั้ง 2 คน ก็ได้เขียนบทและวางตัวละครของ Moana ให้แตกต่างออกไป

“ฉันคือ โมอาน่า แห่ง โมทูนุย”

นั่นคือประโยคที่ Moana บอกกับ Maui (มาวอิ) ตัวละครหลักของเรื่องที่เป็นกึ่งคนกึ่งเทพ และเป็นตำนานเล่าขานของชาวโพลีนีเซีย ที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ได้มีการโยงถึงความรักหรือความโรแมนติกใดๆ หากแต่ว่าเป็นการผจญภัยสนุกสนาน และเป็นการค้นพบการเติบโตของตัวละครเองเมื่อได้ผ่านวิกฤติเหตุการณ์สำคัญ (Coming of Age) ทำให้ Moana เป็นอีกหนึ่งเจ้าหญิงดิสนีย์ที่แตกต่าง ที่มุ่งเน้นความมุ่งมั่นไปที่ ความรักที่มีต่อครอบครัว พวกพ้อง และหมู่เกาะที่เป็นถิ่นกำเนิดของตน

Moana ให้เสียงพากย์โดย Auli’i Cravalho (อาวลีอี คราวาโล) สาวน้อยอายุ 16 ปี ที่เกิดและโตในฮาวาย ที่ผ่านการออดิชั่นและได้รับคัดเลือกจากผู้คนที่มาสมัครนับร้อยคน ซึ่งในตอนนั้นเธอยังอายุแค่เพียง 14 ปี แล้วก็มีส่วนร่วมกับขั้นตอนการสร้างของภาพยนตร์อนิเมชั่นมาตลอด 2 ปี ทำให้เธอเป็นผู้ให้เสียงเจ้าหญิงดิสนีย์ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ เคียงคู่กับ Maui ที่ให้เสียงโดย The Rock หรือ Dwayne Johnson ที่เป็นคนมีเชื้อสายโพลีนีเซียนอยู่แล้วด้วยเช่นกัน จึงทำให้ถ่ายทอดตัวละครตัวนี้ออกมาได้เป็นอย่างดี และถือว่าได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเชื้อชาติบรรพบุรุษของทั้งคู่ได้ดีมากๆ

นอกเหนือไปจากเนื้อเรื่องที่มีความแตกต่างแล้ว การที่ Ron Clements และ John Musker ที่เริ่มทำงานกำกับภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นให้กับ Walt Disney Animation Studios มาตั้งแต่ปี 1986 นั้น ก็ทำให้เขาทั้ง 2 คน เข้าใจถึงธรรมชาติของการ์ตูนดิสนีย์และพัฒนาการของเนื้อเรื่องที่เปลี่ยนไปตามกาลและเวลา

ดังนั้นการที่เขาทั้ง 2 คนได้มาทำ Moana แล้วมีโอกาสได้เขียนบทในรูปแบบใหม่ๆ จึงเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจสำหรับภาพยนตร์อนิเมชั่นของดิสนีย์มากๆ บวกกับเทคโนโลยีของภาพ ที่ก้าวไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดต่างๆ ของน้ำทะเล ตัวละคร หรือแม้แต่เม็ดทรายที่ติดอยู่บนเส้นผม Moana ก็เป็นสิ่งยินยันว่านี่คือขีดจำกัดใหม่ของความงดงามในภาพยนตร์อนิเมชั่น และเชื่อว่าผลงานชิ้นนี้คงจะพาพวกเขา เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อเนชั่นในปีหน้านี้ได้ไม่ยาก

“Moana” จากวอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ เป็นภาพยนตร์ CG แอนิเมชั่นยิ่งใหญ่เกี่ยวกับเด็กสาวนักผจญภัย ผู้ออกปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเธอ “โมอาน่าเป็นลูกสาววัย 16 ปีของหัวหน้าเผ่าโมทูนุยครับ” ผู้กำกับรอน เคลเมนท์สกล่าว “เธอเป็นคนกล้าหาญ มุ่งมั่น เอื้ออารีและฉลาดอย่างเหลือเชื่อ เธอมีทัศนคติที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ และมีความผูกพันกับมหาสมุทรอย่างลึกซึ้งครับ”

 “ดังนั้น เธอก็เลยรู้สึกไม่สบายใจที่คนในเผ่าของเธอไม่เคยเดินทางไปพ้นจากเขตแนวปะการังที่ล้อมรอบเกาะของพวกเขา” ผู้กำกับจอห์น มัสเคอร์กล่าวเสริม “พวกเขาอยู่ภายในอาณาเขตของแนวปะการังนั้น และโมอาน่าก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ด้วยความที่เธอรู้สึกหลงใหลในมหาสมุทรมาตลอดชีวิตครับ”

วัฒนธรรมการเล่าเรื่องราวของหมู่เกาะแปซิฟิคได้รับการนำเสนอตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเรื่อง แกรมม่า ทาล่า แม่ของหัวหน้าทูอิ และผู้ที่โมอาน่าไว้วางใจที่สุด ได้เล่าเรื่องราวของเท ฟิติ เกาะมารดา ออกมา “หัวใจของเธอมีพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมันสามารถเนรมิตชีวิตได้” เธอเล่า “และเท ฟิติก็ได้แบ่งปันมันให้กับโลกใบนี้”

    เรื่องราวของแกรมม่า ทาล่าจบลงด้วยรายละเอียดของมาวอิ มนุษย์ครึ่งเทพแห่งสายลมและท้องทะเล ผู้ขโมยหัวใจของเท ฟิติ ปลดปล่อยความมืดอนธกาลที่คุกคามชีวิตและถิ่นที่อยู่ของชาวเกาะทั่วทั้งบริเวณนั้น มาวอิได้เผชิญหน้ากับเท คา อสุรกายแห่งผืนดินและเปลวเพลิง และท้ายที่สุด เขาก็สูญเสียหัวในของเท ฟิติให้กับท้องทะเล

    ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แนะนำสิ่งที่พิเศษสุดมากๆ ในชีวิตของโมอาน่า นั่นคือมหาสมุทร ตัวแทนที่มีชีวิตแห่งท้องทะเล ผู้เลือกโมอาน่าให้ออกตามหามาวอิเพื่อนำหัวใจของเท ฟิติกลับคืนมา

ช่วยกอบกู้เกาะของเธอและคนในเผ่าของเธอให้รอดพ้นจากความมืดมนอนธกาลที่เริ่มครอบงำพวกเขา ปัญหาเดียวก็คือหัวหน้าทูอิ พ่อของโมอาน่า ห้ามทุกคนไม่ให้เดินทางไปพ้นจากเขตปลอดภัยซึ่งก็คือแนวปะการังที่พ้นจากชายฝั่งของพวกเขาไปไม่เท่าไหร่

ทูอิเคยเห็นการเดินทางข้ามแนวปะการังมาแล้วมากมาย แต่ไม่เคยเห็นใครที่รอดกลับมาได้เลย ด้วยความรักที่มีต่อคนในเผ่า เขาจึงห้ามการเดินทางไปพ้นอาณาเขต โมอาน่าจึงต้องขัดขืนความต้องการของพ่อเธอ เพื่อทำตามโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้โดยมหาสมุทร

    มาวอิ มนุษย์ครึ่งเทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ตัวละครที่มีเสน่ห์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าและตำนานที่หลากหลายเกี่ยวกับตัวเขาทั่วทั้งมหาสมุทรแปซิฟิค มัสเคอร์กล่าวว่า “เราหลงใหลในเรื่องราวที่เราได้อ่าน เรื่องราวที่คนในดินแดนนี้เล่าให้เราฟัง ในเกาะส่วนมาก มาวอิเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นจอมต้มตุ๋นและแปลงร่างได้ เขาสามารถใช้ตะขอเบ็ดเกี่ยวเอาเกาะทั้งเกาะขึ้นมาจากท้องทะเลได้ เขามีอำนาจที่จะทำให้พระอาทิตย์เคลื่อนตัวช้าลง เขาเป็นตัวละครที่เหลือเชื่อครับ”

    มาวอิ ผู้อยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง จำใจต้องนำทางโมอาน่าในการเดินทางเพื่อกลายเป็นผู้ค้นหาเส้นทางและช่วยเหลือคนในเผ่า พวกเขาร่วมกันแล่นเรือออกสู่มหาสมุทรเปิดในการเดินทางที่เต็มไปด้วยแอ็กชัน พวกเขาได้พบเจอกับอสุรกายยักษ์และอุปสรรคนานัปการ และระหว่างนั้นเอง โมอาน่าก็ได้ค้นพบสิ่งหนึ่งที่เธอตามหามาโดยตลอด นั่นคือชะตากรรมของตัวเธอเอง

+ There are no comments

Add yours